ฟิลเลอร์ Belotero คืออะไรและแต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร?

เมื่ออายุที่มากขึ้น ฝุ่นและมลภาวะที่เยอะกว่าเดิม โครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไป จากผิวที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแอลง ทำให้เกิดปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น ไม่ชุ่มชื้นอิ่มฟูเหมือนเก่า ปัญหาผิวเหล่านี้ทำให้หัตถการที่เรียกว่า “ฟิลเลอร์” ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาผิวเหล่านี้ ฟิลเลอร์ Belotero แบรนด์ฟิลเลอร์มาตรฐานระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีเอกลักษณ์ด้วยสีสันกล่องสะดุดตา ซึ่งเป็นหนึ่งในฟิลเลอร์ที่ผลลัพธ์ดีเห็นผลไว โดดเด่นด้วยคุณสมบัติเรื่องของงานผิวโดยเฉพาะ โดยในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักฟิลเลอร์ Belotero ว่าคืออะไร? มีคุณสมบัติอย่างไร? ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละสีมีอะไรบ้าง? เรารวมทุกคำตอบไว้ที่นี่แล้ว เจาะลึก! ฟิลเลอร์ Belotero แบรนด์งานผิวจากสวิตเซอร์แลนด์ คืออะไร มีกี่รุ่นและแตกต่างกันอย่างไร ฟิลเลอร์ Belotero คืออะไร? ฟิลเลอร์ Belotero มีส่วนประกอบของสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ทำงานร่วมกับกลีเซอรอลและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยและผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องโดย อย. สหรัฐอเมริกา ยุโรปและไทย และยังใช้นวัตกรรม CPM ในการผลิต ช่วยให้ฟิลเลอร์ Belotero กลายเป็นฟิลเลอร์ที่ให้งานผิวดูดีขึ้นแบบ 4  มิติอย่างความชุ่มชื้น ผิวเด้งกระชับอิ่มฟู และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ คุณสมบัติของฟิลเลอร์ Belotero มีอะไรบ้าง?

รวมเรื่องยอดฮิต ไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับฟิลเลอร์หน้าผาก

ฟิลเลอร์หน้าผากเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเสริมความงามในปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพในการช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึก เติมเต็มร่องแก้ม และปรับรูปหน้าผากให้เรียบเนียน ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ ท่านยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเติมฟิลเลอร์หน้าผากอยู่มาก เราจึงรวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฟิลเลอร์หน้าผากมาไขข้อสงสัยให้ทุกท่านได้ทราบกัน มารู้จักการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากคือหนึ่งในวิธีการทางการแพทย์เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณหน้าผาก ซึ่งสามารถช่วยลดริ้วรอย และเติมเต็มร่องลึกบริเวณหน้าผาก เช่น รอยร่องหน้าผาก รอยตีนกา หรือรอยเหี่ยวย่นบริเวณหว่างคิ้ว ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ลง สารฟิลเลอร์มีส่วนประกอบหลักเป็นไฮยาลูรอนิก แอซิด ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรกับผิว ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะกับบุคคลทั่วไปที่มีริ้วรอยร่องลึกบริเวณหน้าผาก รอยตีนกา หรือรอยเหี่ยวย่นบริเวณหว่างคิ้ว ต้องการเติมเต็มร่องแก้ม ปรับรูปหน้าผากให้ดูสมมาตร หรือต้องการดูอ่อนเยาว์ลง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากในบุคคลดังต่อไปนี้ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคภูมิแพ้ โรคเลือด ผู้ที่มีผิวหนังติดเชื้อหรืออักเสบ ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมก่อนการฉีด จากนั้นจะทำความสะอาดผิวและทายาชาบริเวณที่จะฉีด แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณร่องลึกหรือบริเวณที่ต้องการเติมเต็ม โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาที ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ใช้กี่ CC ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดหน้าผากนั้นขึ้นอยู่กับความลึกของร่องลึกบริเวณหน้าผาก  โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง อย่างไรก็ตาม

ฉีดสลายฟิลเลอร์ ต้องรอนานแค่ไหน? ทำอย่างไรให้สลายเร็วที่สุด!

หากใครกำลังเผชิญกับปัญหาหลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ หรือต้องการฉีดฟิลเลอร์ให้สลายไว ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จะมีวิธีไหนที่สามารถทำให้ฟิลเลอร์สลายลงได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เราจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดสารสลายฟิลเลอร์และข้อควรระวัง การฉีดฟิลเลอร์สลาย การฉีดสารสลายฟิลเลอร์ ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจหรือเกิดปัญหาตามมาจากการฉีดฟิลเลอร์ จะเป็นการใช้เอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyarulonidase :HYAL) ซึ่งเอ็นไซม์นี้จะช่วยย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่ม ไฮยารูลอนิก (Hyaluronic Acid: HA) ไฮยาลูโรนิเดส (Hyarulonidase :HYAL) จะทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วทันทีไปจนถึง 48 ชั่วโมง โดยมีคุณสมบัติในการลดการกักเก็บน้ำของฟิลเลอร์ และทำลายการยึดเกาะเซลล์ผิวทำให้ฟิลเลอร์ยุบตัวลงและสลายไปในที่สุด และมีผลต่อการปรับโครงสร้างเกี่ยวกับเนื้อเยื่อ ปรับสมดุลผิวในบริเวณที่มีฟิลเลอร์อยู่ให้กลับมาเหมือนเดิม สามารถสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้ที่ทำมาจากไฮยารูลอนิก (Hyaluronic Acid: HA) เท่านั้น สาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อน ไม่เรียบเนียน สาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อนไม่เรียบเนียนจนต้องฉีดสลายฟิลเลอร์ออก ได้แก่ เทคนิคและประสบการณ์การฉีดของแพทย์ที่ทำการ โดยแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของฟิลเลอร์ที่จะฉีด รวมไปถึงต้องอาศัยหมอที่มีประสบการณ์และมีเทคนิคในการฉีดอย่างแม่นยำ สามารถวิเคราะห์ปัญหาใบหน้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อรักษาหรือฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่ต้องการ ปริมาณที่ใช้ในการฉีดมากเกินไปไม่เหมาะสม เกินความจำเป็นที่จะใช้ในการแก้ปัญหาตรงจุดนั้น ฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน หรือก็คือฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ผ่านการรับรองจากอย. หรือหมอที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ สำหรับฟิลเลอร์ปลอมหลังฉีดในระยะแรกจะรู้สึกเหมือนปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะพบว่าฟิลเลอร์ไม่สลาย เริ่มเกิดความผิดปกติ บวมแดง อักเสบรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงจำเป็นต้องทำการผ่าตัดหรือขูดฟิลเลอร์ออกเท่านั้น สลายฟิลเลอร์ด้วยความร้อนได้ไหม? ความร้อนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว

ปัญหาถุงใต้ตา และวิธีแก้ไขลดถุงใต้ตา

หนึ่งในปัญหาสำคัญบนใบหน้าที่คนส่วนใหญ่กังวลใจก็คือ “ปัญหาถุงใต้ตาบวม” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูโทรม ทำให้ดูแก่กว่าวัย พร้อมทั้งยังสร้างปัญหาริ้วรอยร่องใต้ตาอีกด้วย วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่าถุงใต้ตามีลักษณะอย่างไร อยู่ที่บริเวณใด พร้อมวิธีลดถุงใต้ตาหรือวิธีการรักษาถุงใต้ตาให้ดีขึ้นได้อย่างถูกวิธี  ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไร? “ถุงใต้ตา” (Bags under eyes) มีลักษณะเป็นถุงที่มีอาการบวมนูนบริเวณใต้ตา ทำให้บริเวณใต้ตาดูบวม เป็นร่อง และมีสีคล้ำ สามารถพบได้ในหลายคนที่ใบหน้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัยทั้งในเพศชายและเพศหญิง เมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อรอบดวงตาของคนเราจะมีความอ่อนแรงลง ทั้งในส่วนของกล้ามเนื้อที่คอยพยุงเปลือกตาล่าง รวมไปถึงไขมันใต้ตาด้านในที่คอยซัพพอร์ตใต้ตาไหลออกมาที่ผิวด้านนอกเห็นเป็นถุงใต้ตาที่บวม ทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตาบวมนูนในภายหลัง ถุงใต้ตามีกี่แบบ ถุงใต้ตาแบ่งออกเป็นทั้งหมด 2 ลักษณะ ได้แก่ ถุงใต้ตาเทียม และ ถุงใต้ตาแท้ ถุงใต้ตาเทียม ถุงใต้ตาเทียมเกิดจากอาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ดวงตา ซึ่งสามารถเกิดได้หลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการขยี้ตาแรง การอดนอนเป็นระยะเวลานาน การร้องไห้ การใช้สายตาหนัก อาการภูมิแพ้ คามเครียด หรือระบบเลือดไหลเวียนไม่ดี ทำให้ส่งผลต่อถุงใต้ตาบวมง่าย   ถุงใต้ตาแท้ อาการส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะถุงใต้ตาป่องนูนบริเวณใต้ดวงตา มีอาการบวมน้ำบริเวณถุงไขมันใต้ดวงตา สามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ ระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อมีความผิดปกติ ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ดูโทรมได้ง่ายมากกว่า วิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติ ลดถุงใต้ตาบวมด้วยถุงชา

ฟิลเลอร์ยกกระชับ ลดริ้วรอยและสัมผัสการยกกระชับใบหน้าที่สมบูรณ์แบบ

อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย คือ การฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า ซึ่งเป็นการฉีดฟิลเลอร์เสริมเข้าไปบริเวณที่ยุบตัวบนใบหน้าในปริมาณที่เหมาะสมด้วยเทคนิคเฉพาะทางของแพทย์ เพื่อให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลงและสดใสขึ้นอีกครั้ง ทำไมถึงต้องฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า เนื่องจากไขมันบนใบหน้าที่เรียกว่า “Fat Compartment” ที่เคยอยู่ชิดกันตอนที่เรายังอายุน้อย เกิดการหดตัวลงเมื่อเราอายุมากขึ้น และการหดตัวของไขมันนี้ทำให้เกิดช่องว่างบนใบหน้าและไม่มีอะไรจะพยุงผิวหน้าเอาไว้ได้ และเกิดความหย่อนคล้อยของใบหน้าตามมา และการฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าเข้าไปก็เป็นการช่วยเติมเต็มไขมันส่วนที่หดหายไปนั่นเอง จะส่งผลให้เราได้ใบหน้าที่ยกกระชับ ดูสุขภาพดีและอ่อนวัยลง จุดไหนบนใบหน้าที่ควรฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าบ้าง ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะต้องทำการประเมินปัญหาของแต่ละคนอย่างละเอียดก่อนลงมือฉีด และจุดบนใบหน้าที่แพทย์จะพิจารณาใช้ฟิลเลอร์ยกกระชับหน้าคือ ขมับ เพื่อให้ใบหน้าดูเข้ารูปมากขึ้น แพทย์จะเน้นฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้าด้านบน เช่น ฉีดฟิลเลอร์หางคิ้ว ฉีดฟิลเลอร์หางตา ให้กระชับและยกตัวขึ้น แก้มส้ม แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ยกแก้มส้มเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย เพราะหากหน้าแก้มแบนก็จะยิ่งทำให้ใบหน้ามีร่องแก้มที่ชัดเจนมากขึ้นและดูแก่กว่าวัย แพทย์จึงเลือกฉีด Filler ยกหน้าบริเวณแก้มส้มหรือบริเวณกึ่งกลางของใบหน้า เพื่อให้หน้าแก้มดูมีมิติขึ้น กรอบหน้า การฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้าจะช่วยยกกระชับกรอบหน้าสำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าบานหย่อนคล้อยไม่เข้ารูป หากฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าร่วมด้วยก็จะยิ่งเสริมให้กรอบหน้าชัดมากขึ้น คางและด้านหน้าของใบหู การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นอีกจุดที่จะสามารถช่วยยกมุมปากและยกกระชับแก้ม การฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยปรับใบหน้าให้สมส่วนมากขึ้นได้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้สูญเสียวอลลุ่มบริเวณมุมขากรรไกรและสูญเสียไขมันในบริเวณใบหน้าส่วนล่างไป ร่องน้ำตาลึก บริเวณนี้เกิดจากการขาดคอลลาเจนที่ใต้ตา จึงทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณร่องน้ำตาลึกก็จะช่วยให้บริเวณรอบดวงตากลับมาสดใสอีกครั้ง ฉีดฟิลเลอร์ยกหน้ากี่วันเห็นผล การเห็นผลจากการฉีดฟิลเลอร์จะแตกต่างกันไปตามบุคคล แต่มักจะเห็นผลได้เลยทันทีหลังฉีดยกหน้า ฉีดฟิลเลอร์หน้าเปลี่ยนไหม การฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าจะช่วยลดริ้วรอยต่างๆ ในบริเวณที่มีปัญหา ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบนผิวหน้า ทำให้ใบหน้ากระชับและดูอ่อนกว่าวัย

ความแตกต่างของการฉีดคางกับเสริมคางและอันไหนเหมาะสำหรับคุณ

หลาย ๆ คนอาจจะเคยเจอปัญหาที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจอย่างเช่น คางบุ๋ม หน้ากลม หน้าอ้วน คางสั้น ไม่เข้ารูปเข้ารอย ขาดมิติ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะเข้าทำศัลยกรรมผ่าตัดคาง ซึ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นนานพอสมควรแถมยังเจ็บด้วย ดังนั้นการที่คุณจะเลือกฉีดฟิลเลอร์คาง หรือเสริมคางเพื่อแก้ปัญหาในจุดนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่เจ็บน้อยกว่าและเห็นผลอย่างรวดเร็วมากกว่าด้วย ทำความรู้จักการฉีดฟิลเลอร์คางและการเสริมคางเบื้องต้น การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นการเติมสาร HA หรือ Hyaluronic Acid คือสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย สาร HA มีหน้าที่เด่นในการอุ้มน้ำ ทำให้ผิวชุ่มชื่น และเต่งตึง ถึงสามารถฉีดเข้าสู่บริเวณคางเพื่อปรับคางให้เป็นไปตามต้องการในทันที การเสริมคางด้วยการศัลยกรรมเป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างคางโดยถาวร โดยซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้ และการเสริมคางด้วยซิลิโคนจะเป็น Medical Grade ที่ต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทาง ไม่มีวันหมดอายุ จนกว่าอยากจะนำซิลิโคนออก ฟิลเลอร์คางช่วยเรื่องอะไรบ้าง หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่า ฟิลเลอร์คางช่วยเรื่องอะไรบ้าง ก็ต้องขอตอบว่าการ ฉีดฟิลเลอร์คาง คางช่วยแก้ปัญหาคางได้ดังต่อไปนี้ แก้ปัญหาคางสั้น ช่วยให้ใบหน้าสวยหวานขึ้น แก้ปัญหาคางตัด ฉีดคางจะช่วยเพิ่มความเรียวยาวให้แก่คางได้ แก้ปัญหาคางถอยหรืองุ้ม ฉีดคางจะช่วยปรับให้คางยื่นไปด้านหน้าเล็กน้อยได้ แก้ปัญหาคางบุ๋ม การฉีดฟิลเลอร์คางและการเสริมคางเจ็บไหม แบบไหนเจ็บมากกว่ากัน? การฉีด ฟิล เลอร์ คาง

มัดรวมวิธีทำให้หน้าเรียวแบบไม่ต้องศัลยกรรม ฉบับที่เห็นผลลัพธ์จริงและปลอดภัย

เชื่อว่าใคร ๆ ก็คงปรารถนาที่จะมีใบหน้าสมมาตร หน้าเรียว หน้าวีเชฟ (V-shape) กันทั้งนั้น แม้ความมั่นใจส่วนหนึ่งจะมาจากภายใน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าภาพลักษณ์ก็มีส่วนช่วยเสริมความมั่นใจให้เราได้มากเช่นกัน ซึ่งวิธีทำให้หน้าเรียวแบบไม่ต้องศัลยกรรมนั้น ก็มีหลากหลายวิธีเป็นอย่างมาก  วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีทำให้หน้าเรียวโดยใช้วิธีการทำหัตถการความงาม เป็นวิธีที่เราไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น ความปลอดภัยสูง แถมเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนอีกด้วย อยากหน้าเรียวแบบไม่ต้องศัลยกรรม ทำยังไง?  วิธีทำให้หน้าเรียว หน้าวีเชฟ แบบไม่ต้องศัลยกรรมที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันก็จะมี การฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์  ฉีดแฟต การทำ Ulthera และการทำ Ultraformer สำหรับใครที่อยากหน้าเรียวแบบไม่ต้องศัลยกรรม การใช้นวัตกรรมที่กล่าวมานั้นถือเป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่งเลยค่ะ วิธีทำให้หน้าเรียวแบบไม่ต้องศัลยกรรม การฉีดโบท็อก (Botox) ลดกราม การฉีดโบท็อกจะฉีดเข้าตรงบริเวณกราม ฤทธิ์ของโบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อตรงกรามทำงานน้อยลง กล้ามเนื้อตรงบริเวณกรามจะนิ่มขึ้น และหดเล็กลง ใบหน้าจะดูเรียวเเละเข้ารูปมากขึ้น ซึ่งการฉีดโบท็อกถือเป็นหัตถการอันดับต้น ๆ ที่ต้องทำเลยก็ว่าได้ หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม หน้าเรียววีเชฟ แบบเป๊ะปัง เราสามารถฉีดโบท็อกควบคู่กับการทำหัตถการอื่น ๆ ร่วมกันได้ค่ะ ฉีดโบท็อกลดกราม ฉีดแฟตลดแก้ม ลดเหนียง การฉีดแฟตจะช่วยสลายไขมันบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้หน้าเรียวสมส่วนเข้ารูป หน้าวีเชฟ มากยิ่งขึ้น

เทียบให้ชัด! Ulthera Vs Ultraformer เครื่องยกกระชับหน้าแบบไหนที่ใช่คุณ

เรื่องความสวยความงามกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะนวัตกรรมยกกระชับหน้า กรอบหน้าเรียวชัดเป๊ะ เสกหน้าวีทันใจ ต้องยกให้เครื่องยกกระชับผิวหน้ายอดนิยมอย่าง Ulthera และ Ultraformer เรียกได้ว่างานกรอบหน้ายกกระชับต้องยกให้กับเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่เครื่องยกกระชับหน้าแตกต่างกันอย่างไร ต้องเลือกแบบไหน? วันนี้เราจะพาทุกท่านมาล้วงเคล็ดลับวิธีการเลือกเครื่องยกกระชับหน้าที่จะตอบโจทย์ความสวยหน้าเรียวได้อย่างตรงจุดกันค่ะ การทำงานของ Ulthera และ Ultraformer Ulthera มีหลักการในทำงานด้วยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง จะมีขนาดจุดโฟกัสของพลังงานที่ใหญ่กว่า จึงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่นานกว่า และมีหน้าจอแสดงระดับความลึกของจุดที่ยิงลงไปจนถึงชั้น SMAS โดยจะส่งความร้อนที่อยู่ในระดับ 60-70°C ลักษณะพลังงานที่ได้จะเป็นจุดพลังงานขนาด 1 mm ลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นตรงใต้ชั้นผิว Ultraformer III เครื่องมือยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อให้ผิวเกิดการหดตัว คล้าย ๆ กับการเย็บเนื้อผ่าตัดดึงหน้า โดยส่งความร้อนอยู่ที่ระดับ 65-70°C ลักษณะพลังงานเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ เรียงกัน ซึ่งจุดโฟกัสจะเล็กกว่า Ulthera ส่งผลในเรื่องของผลลัพธ์และระยะเวลา Ulthera นวัตกรรมยกกระชับหน้าทันทีหลังทำ ไม่ต้องผ่าตัด! เครื่องยกกระชับที่ให้ผลลัพธ์หน้าเรียวยกกระชับ 1 ครั้ง ผลลัพธ์นาน 1 ปี เห็นผลลัพธ์ทันที่

ฉีดฟิลเลอร์คางเพิ่มความมั่นใจแบบไม่ต้องผ่าตัด

คางเป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดรูปร่างใบหน้า และมีผลต่อความสมดุลของรูปร่างใบหน้าโดยรวม ดังนั้น การเสริมแต่งบริเวณคางจึงมีส่วนช่วยให้สัดส่วนใบหน้าดูลงตัวและสวยงามมากขึ้น การฉีดคางด้วยฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปคางและใบหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และที่ OHM Clinic เราให้บริการฉีดฟิลเลอร์คางอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ กระบวนการฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ที่ OHM Clinic เริ่มต้นด้วยการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินความต้องการของผู้รับบริการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ในกระบวนการทางการแพทย์จะใช้สารฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสูงในการฉีดเข้าไปในบริเวณคาง กระบวนการนี้มีประสิทธิภาพและไม่ต้องผ่าตัด เพราะฉะนั้น คุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันของคุณได้ทันทีหลังการทำฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดคางกับเสริมคางแบบไหนดีกว่ากัน การฉีดฟิลเลอร์คาง ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คางช่วยเรื่องอะไรบ้าง ปรับรูปร่างใบหน้า: การปรับปรุงคางสามารถช่วยให้รูปร่างใบหน้าดูสมมาตรและได้สัดส่วน ทำให้ใบหน้าดูสวยงาม เสริมความมั่นใจ: การฉีดคางด้วยฟิลเลอร์ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความสวยงามบริเวณคางเพียงนั้น แต่ยังส่งผลถึงรูปทรงของใบหน้าโดยรวม ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจและสวยงามขึ้น ผลลัพธ์ทันที: ผลลัพธ์จะเห็นได้ทันทีหลังการฉีด และผลลัพธ์จะยิ่งเห็นชัดยิ่งขึ้นเมื่อผ่านไป 2-3 สัปดาห์ ไม่ต้องผ่าตัด: ทำให้ไม่มีรอยแผลหรือระยะเวลาการฟื้นตัวยาวนาน คุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันของคุณได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง ผลลัพธ์ไม่ถาวร: ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์คางจะไม่ถาวร เพราะจะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปีจนกว่าสารฟิลเลอร์จะสลาย และจะต้องฉีดเพิ่มเติมในภายหลัง การผ่าตัดเสริมคาง ข้อดีของการผ่าตัดเสริมคาง ผลลัพธ์ยาวนาน: การเสริมคางมักให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานคงทนหลายปี ปรับรูปคางได้อย่างชัดเจน: แพทย์จะเลือกใช้ซิลิโคนเสริมคางเพื่อให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคล สามารถเสริมคางได้ยาวกว่า 1 ซม. ทำให้เห็นผลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีคางตัดหรือคางสั้น

ความแตกต่างระหว่างเทอร์มาจกับอัลเทอร่า

การทำเทอร์มาจและอัลเทอร่าถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในยกกระชับหน้า ทั้งสองใช้เทคโนโลยีการกระตุ้นให้ระบบร่างกายสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวหน้า วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจว่าการทำอัลเทอร่าและเทอร์มาจนั้นคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง ก่อนอื่นเราขออธิบายโครงสร้างชั้นผิวของคนเราเสียก่อน เพื่อให้เข้าใจวิธีการทำงานของอัลเทอร่าและเทอร์มาจได้ง่ายขึ้น   ชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นที่อยู่ด้านนอกสุดของผิวหน้า เป็นส่วนที่ป้องกันการสูญเสียน้ำและสารอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อผิว   ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นผิวส่วนกลาง มีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน   ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutis) ประกอบด้วยเซลล์ไขมันซึ่งทำหน้าที่ในการเก็บพลังงาน รวมถึงให้ความอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนี้ใต้ชั้นผิวหนังยังมีชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นที่มีปัจจัยสำคัญว่าผิวหน้าของเราจะดูเต่งตึง อ่อนกว่าวัยหรือไม่ เพราะหาก SMAS หย่อนคล้อยก็จะมีส่วนส่งผลให้ผิวหนังทั้ง  3 ชั้นก่อนหน้าหย่อนคล้อยตามไปด้วย การทำงานของอัลเทอร่า Ulthera เป็นกระบวนการยกกระชับผิวโดยใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ (Ultrasound) โดยจะส่งคลื่นเสียงไปยังชั้นผิวที่ เป็นการยิงที่เจาะจงเข้าไปเป็นจุดเล็ก ๆ ด้วยค่าพลังงานที่เสถียร เครื่องอัลเทอร่ามีจอแสดงดูระดับความลึกของชั้นผิวที่กำลังยิง ทำให้สามารถกำหนดจุดที่ต้องยิงเพื่อยกกระชับได้อย่างแม่นยำ อัลเทอร่าช่วยอะไร คลื่นจากเครื่องอัลเทอร่าจะกระตุ้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหน้าให้สร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวหน้า การกระตุ้นคอลลาเจนนี้ช่วยให้ผิวหน้าดูยกกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น และลดริ้วรอยโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดหรือใช้สารเสริม การทำงานของเทอร์มาจ เทอร์มาจเป็นกระบวนการกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี Radiofrequency (RF) โดยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงที่กระจายไปยังผิวหน้า