ปัญหาหลุมสิวเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจและบั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนอย่างมาก จนทำให้หลายคนพยายามหาทางแก้ไขด้วยตัวเอง เพราะอยากให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียนให้เร็วที่สุดและไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษา แต่คำถามสำคัญที่หลายคนยังคงสงสัยคือ หลุมสิวรักษาเองได้ไหม การพยายาม รักษาหลุมสิวเอง ที่บ้านจะได้ผลจริงหรือเปล่า ในบทความนี้ OHM Clinic จะให้คำตอบผู้อ่านทุกท่านจากมุมมองทางการแพทย์ พร้อมแนะนำวิธีการรักษาที่เห็นผลจริง เพื่อให้คุณสามารถเลือกเส้นทางฟื้นฟูผิวที่เหมาะสมที่สุด
หลุมสิวรักษาเองได้ไหม?
ต้องยอมรับว่าสำหรับหลุมสิวที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะหลุมสิวที่ค่อนข้างลึกหรือเป็นมานาน โอกาสที่หลุมสิวจะหายไปได้เองนั้นมีน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่มีเลย เนื่องจากหลุมสิวไม่ใช่แค่รอยดำรอยแดง แต่คือรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการอักเสบของสิวในระดับที่รุนแรงจนทำลายโครงสร้างของคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไปอย่างถาวร
หากเราพยายาม รักษาหลุมสิวเอง ด้วยวิธีการทั่วไป ก็อาจจะช่วยได้แค่การปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่สามารถเติมเต็มหลุมลึก ๆ ที่เกิดความเสียหายในชั้นผิวที่ลึกได้จริง ดังนั้น หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน การปรึกษาแพทย์ผิวหนังจึงเป็นทางออกที่สำคัญกว่ามาก
หลุมสิวมีกี่ประเภท?
ก่อนจะตัดสินใจ รักษาหลุมสิวเอง หรือเข้ารับการรักษาที่คลินิก การทำความเข้าใจประเภทของหลุมสิวเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหลุมสิวแต่ละชนิดเกิดจากความเสียหายที่แตกต่างกันและต้องใช้วิธีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง
หลุมสิวหลัก ๆ ที่เราพบได้บ่อยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
- Ice Pick Scars: เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นรูลึก ปากแคบ คล้ายรอยถูกจิกด้วยน้ำแข็ง (ตามชื่อ) ความเสียหายของผิวจะลึกถึงชั้นหนังแท้ เป็นประเภทที่รักษาได้ยากที่สุดเพราะฐานหลุมอยู่ลึกมาก
- Rolling Scars: ลักษณะเป็นแอ่งเว้า ตื้นและกว้าง ขอบหลุมไม่ชัดเจน ดูโค้งมน เกิดจากพังผืดใต้ผิวหนังดึงรั้งผิวไว้ ทำให้ผิวดูไม่เรียบเป็นคลื่น เป็นหลุมสิวที่มักจะมีพังผืดขนาดใหญ่อยู่ใต้หลุม
- Boxcar Scars: มีลักษณะเป็นบ่อหรือหลุมที่มีขอบชัดเจน ก้นหลุมแบนคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม ความลึกอยู่ในระดับปานกลาง เกิดจากการทำลายเนื้อเยื่อในบริเวณเล็ก ๆ และมักจะมีการเกิดพังผืดดึงรั้งเช่นกัน
หลุมสิวประเภทไหนที่เรารักษาเองได้
จากประเภทหลุมสิวข้างต้น การรักษาหลุมสิวเองที่บ้านหรือด้วยผลิตภัณฑ์ทั่วไปสามารถช่วยบรรเทาได้เพียงหลุมสิวที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น หรือหลุมสิวที่ค่อนข้างตื้นมาก ๆ และไม่มีพังผืดที่รุนแรง เช่น หลุมสิวชนิด Rolling Scars ที่ยังไม่ลึกมาก หรือหลุมสิวชนิด Boxcar Scars ที่ตื้น แต่ก็เป็นการช่วยแค่ให้ดูดีขึ้น ไม่ใช่การทำให้หายขาด 100% ส่วนหลุมสิวชนิด Ice Pick Scars นั้นเป็นหลุมสิวที่ต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์ที่ลงลึกโดยเฉพาะเท่านั้น
5 วิธีรักษาหลุมสิวด้วยตัวเอง
แม้ว่าการรักษาหลุมสิวเอง จะไม่สามารถแก้ไขหลุมสิวลึกให้หายไปได้อย่างสิ้นเชิง แต่การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีเหล่านี้ก็ถือเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงและฟื้นฟูผิวในระดับตื้น ซึ่งอาจช่วยให้หลุมสิวดูจางลงได้บ้าง และเป็นการเตรียมผิวที่ดีหากในอนาคตคุณตัดสินใจไปพบแพทย์

1. ใช้เรตินอล (Retinol)
เรตินอลเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ทรงพลังที่สุดในการช่วยฟื้นฟูผิว เพราะมันคืออนุพันธ์ของวิตามินเอที่มีกลไกสำคัญในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและช่วยเติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ รวมถึงหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดูดีขึ้นได้
- วิธีใช้และความถี่: ควรทาเฉพาะในช่วงกลางคืนเท่านั้น เนื่องจากเรตินอลมีความไวต่อแสงแดดมาก ให้เริ่มจากการใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ผิวปรับตัว ห้ามใช้คู่กับ AHA/BHA หรือ Benzoyl Peroxide ในเวลาเดียวกัน เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการระคายเคืองอย่างรุนแรง เมื่อผิวคุ้นชินแล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความถี่เป็นวันเว้นวัน หรือทุกวันได้ตามที่ผิวรับไหว
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรโดยเด็ดขาด และในช่วงที่ใช้ควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดในตอนเช้าเป็นพิเศษ
2. ใช้วิตามินซี (Vitamin C)
วิตามินซี หรือ Ascorbic Acid เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศที่ช่วยลดการทำลายผิวจากสิ่งแวดล้อม ช่วยลดรอยแดงและรอยดำจากสิว และเป็นตัวกระตุ้นสำคัญในการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น แถมยังมีส่วนช่วยในการปรับสีผิวให้สม่ำเสมออีกด้วย
- วิธีใช้และความถี่: เหมาะสำหรับใช้ในตอนเช้าเพื่อเป็นเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะและแสงแดด ควรใช้ในรูปแบบเซรั่มที่มีความเข้มข้นที่เหมาะสม (แนะนำ 10-20%) สามารถใช้ทุกวัน ทั้งเช้าและเย็นได้เลย
- ข้อควรระวัง: วิตามินซีบางรูปแบบ (โดยเฉพาะ L-Ascorbic Acid) เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสง อากาศ และความร้อน ควรเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในที่มิดชิด และหากเริ่มมีสีเปลี่ยนไปเป็นสีส้มเข้มหรือสีน้ำตาลเข้ม ควรหยุดใช้
3. ใช้ AHA / BHA
สารกลุ่มนี้คือกรดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว (Chemical Exfoliant) ซึ่งช่วยให้ผิวชั้นบนที่ขรุขระจากหลุมสิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อย และยังช่วยเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่น ๆ ซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น
- AHA (Alpha Hydroxy Acids): เช่น Glycolic Acid หรือ Lactic Acid เน้นการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน เหมาะสำหรับหลุมสิวตื้น ๆ และผิวแห้ง
- BHA (Beta Hydroxy Acids): เช่น Salicylic Acid สามารถละลายในไขมัน จึงสามารถซึมเข้าไปทำความสะอาดรูขุมขนได้ เหมาะสำหรับผิวผสมถึงผิวมัน หรือผู้ที่ยังมีสิวอุดตันหลงเหลืออยู่
- วิธีใช้และความถี่: ควรใช้เฉพาะในช่วงกลางคืน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เท่านั้น และควรเลือกความเข้มข้นที่ไม่สูงจนเกินไป
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ในวันเดียวกับที่ใช้เรตินอล ควรแยกวันกันอย่างชัดเจน และต้องระวังการใช้ในบริเวณผิวที่กำลังอักเสบ หรือผิวที่แพ้ง่ายมาก
4. ทาครีมกันแดดในการป้องกันหลุมสิวคล้ำ
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวที่มีหลุมสิว แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและการสร้างเม็ดสีเมลานินอย่างรุนแรง หากผิวที่มีหลุมสิวถูกแสงแดด อาจทำให้เกิดรอยคล้ำและรอยดำที่เห็นชัดขึ้น และทำให้กระบวนการฟื้นฟูผิวช้าลง
- วิธีใช้และความถี่: ต้องทาทุกวัน ในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้ว) ในตอนเช้า และควรทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง หากต้องออกแดดจัดหรือมีเหงื่อมาก ควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป และมี PA+++ ขึ้นไป เพื่อป้องกันทั้ง UVA และ UVB
5. ใช้วิธีธรรมชาติ/สมุนไพร (ว่านหางจระเข้, ใบบัวบก)
การใช้สมุนไพร เช่น เจลว่านหางจระเข้ หรือสารสกัดใบบัวบก ไม่ได้ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยตรง แต่มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิวได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้รอยแดงและอาการระคายเคืองที่เกิดจากการพยายาม รักษาหลุมสิวเอง ด้วยผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หรือจากสิวใหม่ลดลง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเป็นไปได้ดีขึ้นโดยรวม
- วิธีใช้และความถี่: สามารถใช้ได้ทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น ในขั้นตอนของการบำรุงผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ
- ข้อควรระวัง: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดบริสุทธิ์และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสีสังเคราะห์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้
เหตุผลที่การรักษาหลุมสิวด้วยตนเองไม่เห็นผล
แม้จะพยายามรักษาหลุมสิวเองด้วยวิธีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากที่พบว่าหลุมสิวไม่ได้ตื้นขึ้นเลย นั่นเป็นเพราะข้อจำกัดของการดูแลผิวที่บ้าน
ไม่สามารถสลายพังผืดใต้หลุมสิวได้
หลุมสิวหลายประเภท โดยเฉพาะ Rolling Scars และ Boxcar Scars มักมี “พังผืด” ที่อยู่ลึกใต้ผิวคอยดึงรั้งฐานหลุมเอาไว้ การใช้สกินแคร์หรือการดูแลผิวด้วยตัวเองไม่สามารถลงไปสลายพังผืดเหล่านี้ได้ ทำให้หลุมสิวยังคงสภาพเดิม
เสี่ยงต่อการระคายเคืองและอาการข้างเคียงรุนแรง
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นเกินไป เช่น เรตินอยด์ หรือ AHA/BHA ที่แรงเกินความจำเป็น หรือการพยายามทำหัตถการบางอย่างด้วยตัวเอง อาจนำไปสู่การระคายเคือง ผิวไหม้ หรือแม้แต่การเกิดแผลเป็นใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม
อาจประเมินประเภทหลุมสิวผิด
หลุมสิวแต่ละคนมักมีหลายประเภทอยู่รวมกัน ซึ่งต้องอาศัยการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกจุด การประเมินด้วยตัวเองมักผิดพลาดและทำให้เลือกวิธี รักษาหลุมสิวเอง ที่ไม่ตรงกับปัญหาจริง
ไม่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนในระดับที่ลึกพอ
การทาครีมหรือสกินแคร์จะซึมเข้าสู่ผิวในระดับตื้นเท่านั้น แต่ความเสียหายที่ทำให้เกิดหลุมสิวเกิดขึ้นที่ชั้นหนังแท้ลึก ซึ่งต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีพลังงานสูงในการกระตุ้นคอลลาเจนในระดับนั้น การพยายาม รักษาหลุมสิวเอง จึงเป็นการแก้ไขแค่ผิวชั้นบน
สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์
การลองผิดลองถูกกับผลิตภัณฑ์ราคาแพงมากมายเพื่อหวังผลในการ รักษาหลุมสิวเอง อาจทำให้คุณเสียเงินและเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ สุดท้ายก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยการพบแพทย์อยู่ดี
วิธีรักษาหลุมสิวที่เห็นผลจริงทางการแพทย์
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและต้องการรู้ว่าหน้าหลุมสิวรักษายังไงให้ตื้นขึ้นจริง การรักษาทางการแพทย์ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด โดยมีเทคนิคหลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมดังนี้
Ablative Laser – รักษาหลุมสิวลึก
เป็นเลเซอร์ที่ทำลายผิวชั้นบนเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ เหมาะสำหรับหลุมสิวลึกที่ต้องการการปรับสภาพผิวอย่างรุนแรง เช่น CO2 Laser แต่ก็ต้องแลกมากับช่วงพักฟื้นที่นาน
Non-Ablative Laser – รักษาหลุมสิวตื้นและรอยแดง
เป็นเลเซอร์ที่เน้นการส่งพลังงานลงไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน เหมาะสำหรับหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก และมีข้อดีคือมีระยะพักฟื้นที่สั้น
Fractional Laser – การรักษาแบบเจาะจง
เป็นเทคนิคที่ใช้เลเซอร์ยิงเป็นจุดเล็ก ๆ นับพันจุดบนผิว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผิวใหม่ โดยยังคงมีผิวปกติล้อมรอบจุดที่ยิง ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
Deep Scar Hybrid นวัตกรรมรักษาหลุมสิวที่เหนือกว่า
ที่ OHM Clinic เราเลือกใช้แนวทางการรักษาแบบองค์รวมที่เรียกว่า เทคนิค Deep Scar Hybrid รักษาหลุมสิว เป็นการรวมวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อจัดการกับทุกประเภทของหลุมสิวในคราวเดียว
1. สลายพังผืดด้วย Air Dissector
เป็นขั้นตอนสำคัญในการสลายพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวออกอย่างแม่นยำด้วยการใช้แรงดันอากาศ เพื่อปลดปล่อยฐานหลุมสิวให้สามารถยกตัวขึ้นมาได้ การสลายพังผืดเป็นกุญแจสำคัญที่การ รักษาหลุมสิวเอง ไม่สามารถทำได้
2. กระตุ้นคอลลาเจนด้วย Laser Scanner CO2 (Fractional Laser)
หลังจากสลายพังผืดแล้ว จะตามด้วยการใช้ Fractional CO2 Laser เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่เสียหายอย่างล้ำลึก เพื่อให้เนื้อเยื่อใหม่เติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น
3. ใช้สารกระตุ้นคอลลาเจน Radiesse
เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว แพทย์จะพิจารณาใช้สารกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Radiesse เพื่อให้หลุมสิวได้รับการฟื้นฟูจากทั้งภายในและภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ

คำถามพบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ หลุมสิวรักษาเองได้ไหม
เมื่อคุณได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการ รักษาหลุมสิวเอง และการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว เรามาดูคำถามยอดฮิตที่คนไข้ส่วนใหญ่มักสงสัยเกี่ยวกับปัญหาหลุมสิว เพื่อให้คุณมีความเข้าใจที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
1. หลุมสิวหาย100%ได้ไหม?
การทำให้หลุมสิวหาย 100% นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่การรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมและต่อเนื่องสามารถทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้มากถึง 70-90% จนแทบมองไม่เห็นหรือดูเหมือนผิวปกติ
2. รักษาหลุมสิวใช้เวลากี่เดือน?
โดยทั่วไป การรักษาหลุมสิวจะใช้เวลาเป็นคอร์สการรักษาต่อเนื่องประมาณ 4-6 เดือน โดยมีการทำหัตถการเป็นรอบ ๆ ห่างกัน 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของหลุมสิวแต่ละบุคคลด้วย
3. ทําอย่างไรเมื่อหน้าเริ่มเป็นหลุมสิว?
สิ่งสำคัญที่สุดคือการ หยุดแกะหรือบีบสิว และรีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันทีเพื่อเริ่มการรักษาที่ตรงจุด ไม่ควรพยายาม รักษาหลุมสิวเอง ด้วยวิธีที่รุนแรง เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อหลุมสิวยังไม่ลึกมากจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและรวดเร็วกว่ามาก
สรุป
หลุมสิวรักษาเองได้ไหม? คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ หลุมสิวลึกไม่สามารถหายเองได้ และการ รักษาหลุมสิวเอง อาจได้ผลแค่เพียงเล็กน้อยกับหลุมสิวที่ตื้นมาก ๆ และอาจสิ้นเปลืองเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เพื่อให้หน้ากลับมาเรียบเนียนอย่างยั่งยืน การเข้ารับการปรึกษาและวางแผนการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ OHM Clinic ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยใช้เทคนิคพิเศษ Deep Scar Hybrid รักษาหลุมสิว จึงถือเป็นทางเลือกที่เห็นผลจริงและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
หากสนใจสอบถามว่ารักษาหลุมสิว ราคาเท่าไหร่ หรือต้องการปรึกษาก่อนเข้ารับบริการรักษาหลุมสิว ที่ OHM Clinic สามารถติดต่อได้ที่
LINE: LINE
สาขา เกษตรนวมินทร์
CALL: 085-1685656
สาขา 101 True digital Park
CALL: 085-1888855
สาขา Siam Square One
CALL : 083-9829292
ข้อมูลโดย

