ความหย่อนคล้อยของผิวพรรณเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามวัย แต่ในยุคนี้ เรามีนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยชะลอและแก้ไขปัญหานั้นได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ซึ่งหนึ่งในหัตถการที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ulthera (อัลเทอร่า) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก่อนจะตัดสินใจลงทุนกับเทคโนโลยีนี้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่า Ulthera เหมาะกับใคร มีหลักการทำงานอย่างไร และใครบ้างที่ไม่ควรทำ? บทความนี้ OHM Clinic ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จะมาเจาะลึกทุกคำตอบที่คุณอยากรู้ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ใช่และปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวคุณเอง
Ulthera คืออะไร?
ก่อนจะไปถึงคำถามที่ว่า Ulthera เหมาะกับใคร เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานของเทคโนโลยีนี้กันก่อน Ulthera หรือ Ultherapy เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) เพื่อส่งพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้จนถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้าเลยทีเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Ulthera ได้รับความนิยมอย่างสูงในการยกกระชับผิวหน้าและลำคอ โดยไม่ต้องมีการพักฟื้น
หลักการทำงานของ Ulthera
Ulthera ทำงานโดยการส่งคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังอย่างแม่นยำ โดยอาศัยหน้าจอแสดงภาพ (Visualization) ที่ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวที่กำลังทำการรักษาได้แบบ Real-Time คลื่นพลังงานนี้จะเปลี่ยนเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่อุณหภูมิประมาณ 60-70% ในระดับความลึกที่แตกต่างกัน ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้เนื้อเยื่อในชั้น SMAS เกิดการหดตัวทันที ทำให้รู้สึกถึงความตึงกระชับหลังทำ และที่สำคัญคือเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลลัพธ์การยกกระชับจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 3-6 เดือน ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
Ulthera เหมาะกับใครมากที่สุด?
คำถามหลักของบทความนี้คือ Ulthera เหมาะกับใคร? โดยทั่วไปแล้ว Ulthera เป็นหัตถการที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องการผ่าตัดและไม่ต้องการพักฟื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยในระดับปานกลางถึงมาก หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่เน้นความกระชับและยกโครงหน้าให้ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ Ulthera ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมครับ
นี่คือกลุ่มคนที่เหมาะกับการทำ Ulthera เหมาะกับใคร
1. ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อย (ช่วงอายุ 25-50 ปี)
แม้แต่ผู้ที่อายุยังไม่มาก แต่เริ่มสังเกตเห็นว่าผิวหน้าหรือผิวบริเวณคอเริ่มไม่ตึงกระชับเหมือนเดิม หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่คอลลาเจนเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด การทำ Ulthera ในช่วงนี้เป็นการลงทุนเพื่อชะลอวัยที่ดีเยี่ยม และสำหรับผู้ที่อยากดูแลผิวรอบดวงตาเป็นพิเศษ นวัตกรรม Ulthera Prime ซึ่งเป็นหัวยิงขนาดเล็ก จะช่วยยกกระชับและลดริ้วรอยรอบดวงตาได้ดี
2. ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าชัด โดยไม่ผ่าตัดและลดไขมันบริเวณเหนียง
หากคุณมีความกังวลเรื่องแก้มห้อย กระเปาะแก้ม หรือปัญหาคางสองชั้น/เหนียงที่ทำให้กรอบหน้าดูเบลอ การทำ Ulthera จะช่วยยกกระชับผิวในชั้นลึก ทำให้ผิวบริเวณแก้มและเหนียงถูกยกขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้ากลับมาคมชัด หน้าเรียว V-Shape ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือหากมีไขมันเยอะร่วมด้วยอาจพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นตามคำแนะนำของแพทย์
3. ผู้ที่ต้องการให้ผิวอิ่มฟู รูขุมขนกระชับ
นอกจากผลลัพธ์หลักในการยกกระชับแล้ว พลังงานความร้อนของ Ulthera ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวชั้นลึกอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้น ผิวดูหนาแน่น อิ่มฟู และสามารถช่วยให้รูขุมขนที่ดูกว้างจากการหย่อนคล้อยมีความกระชับขึ้นได้อีกด้วย
4. ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยเส้นเล็ก
Ulthera สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ และรอยพับตื้น ๆ บนใบหน้า คอ และบริเวณเนินอกได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งริ้วรอยที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวชั้นล่าง
5. ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
สำหรับคนที่ไม่อยากให้ใบหน้าดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากการศัลยกรรม แต่ต้องการให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และตึงกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ Ulthera คือคำตอบ เพราะผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ และจะคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานประมาณ 1 ปี
6. ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
เนื่องจาก Ulthera เป็นหัตถการแบบ Non-Invasive (ไม่รุกรานผิว) หลังทำคุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือแต่งหน้าได้ทันที ไม่ต้องมีช่วงเวลาพักฟื้น (Downtime) ที่ยาวนาน ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในปัจจุบัน
Ulthera ไม่เหมาะกับใครบ้าง?
แม้จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ก็มีบางกลุ่มที่ไม่แนะนำให้ทำ Ulthera เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
1. ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยขั้นรุนแรง
สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยขั้นรุนแรง มีผิวหนังส่วนเกินจำนวนมาก อาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วย Ulthera เพียงอย่างเดียว แพทย์อาจพิจารณาแนะนำวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า
2. ผู้มีอุปกรณ์ฝังใน (โลหะ/อิเล็กทรอนิกส์)
ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่จะทำหัตถการ เช่น ลวดดามกระดูก หรือผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ในบริเวณใกล้เคียง ควรงดทำ Ulthera เพื่อป้องกันผลกระทบจากพลังงานอัลตราซาวด์
3. สตรีมีครรภ์
เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารก แพทย์มักจะแนะนำให้งดหัตถการทุกชนิดที่ใช้พลังงานความร้อนในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
4. ผู้มีโรคประจำตัวบางประเภท
ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ส่งผลต่อการหายของแผลหรือระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันบางชนิด โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หรือผู้ที่มีประวัติเป็นเริมในบริเวณที่จะทำการรักษา ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน
5. ผู้ที่มีแผลติดเชื้อ สิวอักเสบ หรือแผลเปิดที่ควรต้องรักษาให้หายก่อน
บริเวณผิวหนังที่จะทำการรักษาจะต้องไม่มีการติดเชื้อ มีแผลเปิด หรือมีสิวอักเสบรุนแรง การรักษาแผลหรือสิวอักเสบให้หายดีก่อนจึงจะสามารถทำ Ulthera ได้
Ulthera กับ Thermage และ HIFU ต่างกันอย่างไร?
ในกลุ่มนวัตกรรมยกกระชับหน้าที่ไม่ต้องผ่าตัด มักจะมีการเปรียบเทียบระหว่าง Ulthera, Thermage และ HIFU อยู่เสมอ แม้ทั้งสามจะใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นผิวเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านประเภทของคลื่นพลังงาน จุดโฟกัส และชั้นผิวที่เน้นการรักษา ดังนี้
- Ulthera: ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (Focused Ultrasound) เน้นการยกกระชับที่ความลึกระดับ SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกที่สุดและช่วยในการยกโครงสร้างผิว ทำให้เหมาะกับการยกกระชับที่เน้นโครงหน้าและคิ้ว
- Thermage: ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency – RF) เน้นการกระชับผิวในชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันบางส่วน ทำให้เหมาะกับการลดไขมันสะสมบนใบหน้าและทำให้ผิวโดยรวมแน่น เฟิร์ม และเรียบเนียน
- HIFU: ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเช่นเดียวกับ Ulthera แต่มีจุดโฟกัสพลังงานที่เล็กกว่าและค่าพลังงานโดยรวมที่น้อยกว่า มักจะใช้กระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับในระดับความลึกที่ตื้นกว่า Ulthera ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่า และต้องทำซ้ำบ่อยกว่า
การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ จะช่วยให้คุณเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุด
มุมมองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: เช็กความพร้อมก่อนตัดสินใจทำ Ulthera
คุณหมอโอม หรือ นายแพทย์ ดิษฐพงศ์ สัตตบงกช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการยกกระชับจาก OHM Clinic ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำ Ulthera ว่า
“การตัดสินใจทำ Ulthera เราต้องดูเรื่องความเหมาะสมของสภาพผิวและการประเมินของแพทย์เป็นหลักเลยครับ เพราะถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Ulthera เพื่อให้สามารถออกแบบแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงได้รายบุคคล รวมถึงการใช้เครื่องยิงพลังงานในระดับความลึกและจำนวน Line ที่ถูกต้องแม่นยำครับ ทำแบบนี้ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”
ที่ OHM Clinic เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่อง Ulthera ของแท้ และมีการใช้หน้าจอ Visualization ในการวางแผนการยิงทุกช็อต เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานจะลงสู่ชั้น SMAS ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นการเดินทางสู่ผิวที่อ่อนเยาว์ลงอย่างมั่นใจ อย่าลังเลที่จะนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ของเรา
สรุป
Ulthera เหมาะกับใคร? คำตอบคือ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทางเลือกในการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด ตั้งแต่ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไปจนถึงผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง ซึ่งต้องการให้กรอบหน้าชัดเจน ลดเหนียง และมีผิวที่อิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่หากมีความหย่อนคล้อยขั้นรุนแรง หรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพบางประการ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด การปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ
สนใจเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับบริการอัลเทอร่า ยกกระชับหน้า ที่ OHM Clinic โปรดติดต่อ
LINE: LINE
สาขา เกษตรนวมินทร์
CALL: 085-1685656
สาขา 101 True digital Park
CALL: 085-1888855
สาขา Siam Square One
CALL : 083-9829292