| ตรวจทานโดย นายแพทย์ จิรายุ กิ่งแก้ว ว.50114
อัปเดตล่าสุด 10 พฤศจิกายน 2569 |
ถ้าคุณกำลังหาข้อมูลเรื่องโปรแกรมฉีดปากกระจับ คำถามที่ตามมามักเรียงกันเป็นแถว ฉีดกี่ cc ถึงดูเป็นธรรมชาติ ราคาเท่าไร อยู่ได้นานแค่ไหน และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง บทความนี้รวมคำตอบไว้ในที่เดียว อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานด้านสุขภาพและงานวิจัย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ ไม่ว่าสุดท้ายจะเลือกทำที่ไหน
สรุปก่อนอ่าน
- ปริมาณที่พบบ่อยคือ 1 cc แต่ตัวเลขที่เหมาะขึ้นกับขนาดปากเดิมและรูปหน้า แพทย์เป็นผู้ประเมิน
- อาการบวมมักชัดเจนในช่วง 1–3 วันแรก และรูปปากมักเข้าที่ราว 1–2 สัปดาห์
- สารเติมเต็มกลุ่ม HA อยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นกับชนิดสาร ปริมาณ และตัวบุคคล
- ความเสี่ยงที่พบน้อยแต่ร้ายแรงคือหลอดเลือดอุดตัน จึงควรเลือกคลินิกที่แพทย์ประเมินละเอียดและเตรียมพร้อมรับมือ
ปากกระจับคืออะไร?
ปากกระจับคือทรงปากที่ขอบปากบนมีส่วนโค้งชัด (cupid’s bow) ปากล่างอวบเป็นสองก้อนนุ่ม และมุมปากเฉียงขึ้นเล็กน้อย ให้ความรู้สึกอ่อนหวานและสมดุลกับใบหน้า
โปรแกรมฉีดปากกระจับคือการใช้สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) เติมปริมาตรและปรับเส้นขอบปากตามที่แพทย์ประเมิน โดยทั่วไปช่วยเรื่องเหล่านี้ได้
- ปากบางหรือแบน ต้องการเพิ่มความอวบอิ่ม
- ปากบนและปากล่างไม่สมดุลกัน
- ขอบปากไม่ชัด อยากให้รูปปากเป็นทรงมากขึ้น
- มุมปากตก ต้องการปรับให้แลดูสดใสขึ้น
คุณอาจเคยได้ยินว่าอัตราส่วนปากบนต่อปากล่างที่ “สวย” คือ 1:1.6 ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยที่ทบทวนไว้ในวารสารการแพทย์ แต่เป็นเพียงแนวอ้างอิง ส่วนใหญ่ศึกษาในกลุ่มชาวผิวขาว และงานสำรวจความชอบก็ให้ผลต่างกัน บางกลุ่มชอบ 1:1 บางกลุ่มชอบ 1:1.6 ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือความเข้ากับโครงหน้า จมูก และคางของคุณเอง
ใครเหมาะกับการฉีดปากกระจับ และใครควรแจ้งแพทย์ก่อน
การฉีดปากเหมาะกับผู้ที่อยากปรับรูปปากโดยไม่ผ่าตัด ต้องการเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือเคยทำปากมาแล้วแต่อยากปรับให้สมดุลขึ้น
ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำเสมอ ถ้าหากคุณ
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้เลื่อนออกไป)
- มีแผลหรือการติดเชื้อบริเวณปากและรอบปาก หรือเป็นเริมที่ปากบ่อย
- เคยแพ้ยาชา สารเติมเต็ม หรือมีประวัติแพ้รุนแรง
- ใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือมีโรคประจำตัว
- มีแผนทำฟันหรือหัตถการบนใบหน้าในช่วงใกล้กัน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ มีแนวทางการปรับกี่แบบ?
แพทย์มักเลือกจุดที่จะเติมตามรูปปากเดิม ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ
- เน้นปากล่าง เติมตรงกลางปากล่างให้แลดูอวบนุ่มตามลักษณะปากกระจับ
- เน้นขอบปากบน ปรับเส้นขอบและ cupid’s bow ให้ชัดขึ้น เหมาะกับคนที่ขอบปากเลือนราง
- ปรับมุมปาก เติมเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าแลดูสดใสขึ้น
- ปรับทั้งปากบนและล่าง สำหรับคนที่ปากบางและอยากปรับสัดส่วนโดยรวม
ชื่อทรงปากแต่ละแบบถูกเรียกต่างกันไปตามกระแสนิยม วิธีที่ได้ผลดีกว่าการยึดชื่อทรงคือเตรียมรูปปากที่คุณชอบไปให้แพทย์ดู แพทย์จะบอกได้ว่าเข้ากับโครงหน้าของคุณหรือไม่
ปากเป็นส่วนหนึ่งของสมดุลใบหน้า หากคุณสนใจปรับร่วมกับจุดอื่น เช่นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง หรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จมูก ควรปรึกษาแพทย์เป็นภาพรวม และถ้ากังวลร่องลึกข้างปาก แพทย์อาจประเมินเรื่องโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ควบคู่กัน
ฉีดปากกระจับ 1 cc พอไหม?
1 cc เป็นปริมาณที่พบบ่อยสำหรับการปรับทรงและเพิ่มความอวบอิ่มระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนคนที่ปากบางมาก หรืออยากปรับทั้งขอบปากและปากล่างพร้อมกัน แพทย์อาจแนะนำปริมาณที่มากกว่านั้น หรือแบ่งทำเป็นสองครั้งเพื่อค่อยๆ ปรับ
ปริมาณที่เหมาะไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ขึ้นกับขนาดปากเดิม ความหนาของเนื้อปาก และรูปหน้า การเติมแต่พอดีแล้วค่อยเพิ่มภายหลัง มักควบคุมความเป็นธรรมชาติได้ดีกว่าการเติมมากในครั้งเดียว เพราะปากที่เติมเกินสัดส่วนอาจแลดูไม่กลมกลืนกับใบหน้า
ราคาโปรแกรมฉีดปากกระจับ
ราคาโปรแกรมฉีดปากกระจับที่ OHM Clinic อยู่ที่ประมาณ 16,900–19,900 บาทราคาจริงขึ้นกับปัจจัยเหล่านี้
| ปัจจัย | ผลต่อราคา |
| ปริมาณที่แพทย์ประเมิน (cc) | ใช้มากขึ้น ราคาปรับตามปริมาณ |
| ชนิดของสารเติมเต็ม | เนื้อสัมผัสและต้นทุนของแต่ละชนิดต่างกัน |
| ความซับซ้อนของทรง | ปรับเฉพาะขอบปาก หรือปรับทั้งปาก |
| ค่าบริการทางการแพทย์ | ควรสอบถามว่ารวมค่าแพทย์และยาชาแล้วหรือไม่ |
เวลาเทียบราคาระหว่างคลินิก ควรถามให้ชัดว่า “ราคานี้ต่อ cc หรือต่อโปรแกรม” “รวมค่าบริการทางการแพทย์ทั้งหมดหรือยัง” และ “ใช้สารเติมเต็มชนิดใด” เพราะตัวเลขที่ต่างกันอาจไม่ได้เทียบเงื่อนไขเดียวกัน ดูรายละเอียดบริการได้ที่หน้าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
ขั้นตอนการทำ และความรู้สึกระหว่างฉีด
แพทย์จะประเมินรูปปากและพูดคุยเรื่องทรงที่ต้องการก่อน จากนั้นทำความสะอาดและให้ยาชา ริมฝีปากมีปลายประสาทมาก การให้ยาชาจึงช่วยให้เจ็บน้อยลง แต่ความรู้สึกของแต่ละคนไม่เท่ากัน หลังฉีดแพทย์จะปรับรูปเบาๆ และอธิบายวิธีดูแลตัวเอง
เตรียมตัวก่อนฉีด
- แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยา และอาหารเสริมทั้งหมด แพทย์อาจให้งดบางรายการ
- หากเคยฉีดสารเติมเต็มที่ปากมาก่อน ให้บอกชนิดและช่วงเวลา
- เผื่อเวลาให้อาการบวมและช้ำลดลงอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนงานสำคัญ

หลังฉีดปากกระจับ บวมกี่วัน และอยู่ได้นานแค่ไหน
อาการบวมหลังฉีดปากกระจับ
สัมพันธ์กับธรรมชาติของ HA ที่ดึงน้ำ ศัลยแพทย์ที่ให้สัมภาษณ์กับ RealSelf ระบุว่าบวมชัดเจนในช่วงราว 24–72 ชั่วโมงแล้วค่อยๆ ลดลง ส่วนใหญ่รูปปากเข้าที่ภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่ต่างกันในแต่ละคน
รอยช้ำ
พบได้ มักจางลงเองภายในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์
ระยะเวลาคงอยู่
กรมการแพทย์ระบุว่าสารเติมเต็มกลุ่ม HA ชนิดชั่วคราวอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปีโดยรวม แต่ริมฝีปากขยับตลอดเวลาและมีเลือดมาเลี้ยงมาก ข้อมูลที่สรุปจาก NHS และ Cleveland Clinic จึงให้ช่วงของริมฝีปากไว้ราว 6–18 เดือน ขึ้นกับชนิดสาร ปริมาณ และตัวบุคคล
การดูแลตัวเองหลังฉีดปากกระจับ
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือบีบรีดปากแรงๆ ตามที่แพทย์แนะนำ
- งดความร้อนจัดและออกกำลังกายหนักในช่วงแรก ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
- ปรึกษาแพทย์ก่อนทำฟันหรือหัตถการบนใบหน้าอื่นๆ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และกลับมาติดตามผลตามนัด
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้
ไม่มีหัตถการทางการแพทย์ใดที่ปราศจากความเสี่ยง สิ่งที่ควรรู้มีดังนี้
| ภาวะ | โอกาสเกิด | แนวทาง |
| บวม ช้ำ เจ็บ | พบได้บ่อย | มักดีขึ้นเอง แจ้งแพทย์หากเป็นมากหรือไม่ดีขึ้น |
| ปากเป็นก้อนหรือผิวไม่เรียบ | พบได้ | ก้อนเล็กน้อยอาจดีขึ้นเอง หากไม่ดีขึ้นให้กลับไปพบแพทย์ |
| ปากไม่สมดุลหรือเติมมากเกินไป | พบได้ | แพทย์อาจปรับหรือสลายบางส่วนด้วยเอนไซม์ |
| แพ้ หรือติดเชื้อ | พบน้อย | พบแพทย์ทันทีหากมีไข้ แดงร้อน หรือมีหนอง |
| หลอดเลือดอุดตัน (vascular occlusion) | พบน้อยแต่ร้ายแรง | ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว |
สัญญาณที่ควรติดต่อคลินิกหรือไปพบแพทย์ทันที
ได้แก่ ปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณปากหรือรอบปากซีดหรือคล้ำเป็นด่าง และอาการที่แย่ลงเรื่อยๆ
ข้อดีของสารกลุ่ม HA คือสามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสสลายได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งสหรัฐอเมริกา (ASPS) อธิบายว่าเอนไซม์นี้ย่อยสลาย HA ที่ใช้เป็นสารเติมเต็ม และใช้ในกรณีสงสัยภาวะหลอดเลือดอุดตัน ดังนั้นคลินิกควรมีเอนไซม์พร้อมใช้และมีแผนรับมือชัดเจน
เลือกคลินิกเพื่อฉีดปากกระจับอย่างไรให้มั่นใจ
ข่าวการจับกุมสถานพยาบาลเถื่อนที่ใช้ผู้ไม่ใช่แพทย์ฉีดสารเติมเต็มจนเกิดผลข้างเคียงรุนแรง และคำเตือนจากสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยแห่งประเทศไทยว่าควรฉีดกับแพทย์เท่านั้น ชี้ว่าผู้ฉีดคือปัจจัยสำคัญ ลองใช้เช็กลิสต์นี้
- ผู้ฉีดเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และคลินิกเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
- ขอดูบรรจุภัณฑ์และฉลากก่อนทำ แล้วตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามที่ อย. แนะนำ
- แพทย์อธิบายทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และความเสี่ยงให้ฟังก่อนตัดสินใจ
- มีแผนรับมือภาวะแทรกซ้อน และมีเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสพร้อมใช้
- มีการนัดติดตามผล และช่องทางติดต่อหากมีอาการผิดปกติ
ทำปากกระจับด้วยการฉีดหรือผ่าตัด ต่างกันอย่างไร? การฉีดมีช่วงพักฟื้นน้อยกว่า ปรับปริมาณได้ละเอียดกว่า และเมื่อใช้สาร HA ก็สลายได้หากไม่พอใจ แต่ผลอยู่ชั่วคราวจึงต้องทำซ้ำเป็นระยะ ส่วนการผ่าตัดเป็นการปรับโครงสร้าง ย้อนกลับได้ยากกว่าและพักฟื้นนานกว่า แพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะกับสภาพปากและเป้าหมายของคุณ
สรุปโปรแกรมฉีดปากกระจับ
โปรแกรมฉีดปากกระจับเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากปรับรูปปากอย่างค่อยเป็นค่อยไป สิ่งที่ควรโฟกัสคือแพทย์ที่ประเมินละเอียด ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้ ปริมาณที่พอดีกับรูปหน้า และความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา หากสนใจ ลองนัดปรึกษาเพื่อให้แพทย์ประเมินรูปปากของคุณโดยเฉพาะ
รีวิวโปรแกรมฟิลเลอร์ปาก
ปรึกษาแพทย์ OHM Clinic
OHM Clinic ให้บริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับโดยแพทย์ ทั้ง 3 สาขาในกรุงเทพฯ คุณดูประวัติการศึกษาและการอบรมของแพทย์ได้ที่หน้าทีมแพทย์ ดูตัวอย่างประสบการณ์ผู้รับบริการได้ที่หน้ารีวิว และดูโปรแกรมอื่นได้ที่หน้าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
- Nirvana@Work เกษตร-นวมินทร์: 288/30 ถนนประเสริฐมนูญกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
- 101 True Digital Park ชั้น 2: ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
- Siam Square One ชั้น 6: 388 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330






