ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อยกว่าอายุ กรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม ผิวไม่เด้งเหมือนก่อน เป็นความรู้สึกที่พบได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 25 ขึ้นไป และคำถามที่ตามมามักเป็นว่า ต้องทำอะไรบ้างถึงจะแลดูเด็กลง
คำตอบตรงๆ คือ ไม่มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะความแลดูมีอายุของใบหน้ามาจากหลายชั้นพร้อมกัน บางชั้นปรับได้ด้วยการดูแลผิวที่บ้าน บางชั้นต้องให้แพทย์ประเมินก่อน บทความนี้เรียงจากวิธีที่ทำเองได้ ไปจนถึงโปรแกรมที่ต้องมีแพทย์ พร้อมหลักฐานของแต่ละวิธี เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงกับสิ่งที่เห็นบนใบหน้า
| ตรวจทานโดย แพทย์หญิง ริสา หวังกิตติพร ว.55063
อัปเดตล่าสุด 27 ตุลาคม 2569 |
ทำไมใบหน้าถึงแลดูมีอายุ
ลองแบ่งเป็นสามชั้นจะเห็นภาพง่ายขึ้น
- ผิวชั้นนอก: ริ้วรอยตื้น ผิวหมอง จุดด่างดำ ส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับแสงแดดที่สะสมมาหลายปี
- ชั้นคอลลาเจนและความยืดหยุ่น: ผิวบางลงและเด้งน้อยลง ทำให้ผิวดูตึงน้อยกว่าเดิม
- โครงสร้างชั้นลึก: ชั้นเนื้อเยื่อพังผืด SMAS และไขมันใต้ผิวเปลี่ยนตำแหน่ง ทำให้กรอบหน้าไม่คม แก้มและหางคิ้วหย่อน
ครีมที่ทาบนผิวทำงานกับชั้นแรกเป็นหลัก ส่วนชั้นลึกต้องพึ่งหัตถการที่ส่งพลังงานลงไปถึง นี่คือเหตุผลที่ควรจับคู่วิธีให้ตรงกับชั้นที่มีปัญหา ไม่ใช่ทำทุกอย่างพร้อมกัน

วิธีที่ 1 ทาครีมกันแดดทุกวัน
เป็นวิธีที่มีหลักฐานจากการทดลองแบบสุ่มชัดเจนข้อหนึ่ง การศึกษาในออสเตรเลียติดตามผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 55 ปี จำนวน 903 คน นานราว 4.5 ปี พบว่ากลุ่มที่ทาครีมกันแดดทุกวัน มีโอกาสที่ผิวจะแก่เพิ่มขึ้นต่ำกว่ากลุ่มที่ทาตามสะดวกราว 24% ผู้วิจัยสรุปว่าการทาสม่ำเสมอช่วยชะลอการแก่ของผิวในผู้ใหญ่วัยกลางคน
ข้อควรรู้คือ งานวิจัยนี้มีข้อมูลบางส่วนหายไป และทำในออสเตรเลีย ซึ่งสภาพแสงไม่เหมือนไทยทั้งหมด แต่ทิศทางสอดคล้องกับคำแนะนำทั่วไปที่ให้ทาทุกวัน

วิธีที่ 2 ยาทากลุ่มเรตินอยด์ที่แพทย์สั่ง
การทบทวนงานวิจัยแบบสุ่ม 7 ชิ้นเกี่ยวกับยาทากลุ่มเรตินอยด์ชนิดหนึ่ง พบว่าทุกการศึกษารายงานว่าลักษณะผิวดีขึ้นทั้งเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ โดยเริ่มเห็นผลตั้งแต่เดือนแรกและต่อเนื่องได้ถึง 24 เดือน
แต่สูตรยา ความเข้มข้น และวิธีวัดผลของแต่ละการศึกษาไม่เหมือนกัน และยากลุ่มนี้อาจทำให้ผิวแห้ง แดง หรือลอกในช่วงแรก ไม่ควรใช้ในช่วงตั้งครรภ์ จึงควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งและแนะนำวิธีใช้ ไม่ควรซื้อใช้เอง

วิธีที่ 3 ลดพฤติกรรมที่เร่งริ้วรอย
แสงแดด การสูบบุหรี่ และการนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นพฤติกรรมที่มีงานวิจัยพบความสัมพันธ์กับการแก่ของผิว แม้หลักฐานแต่ละข้อจะแข็งแรงไม่เท่ากัน การปรับพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนทันที และไม่ได้มาแทนโปรแกรมที่แพทย์ประเมินให้ แต่ช่วยให้ผิวพร้อมรับการดูแลอื่นๆ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

วิธีที่ 4 เมื่อความหย่อนอยู่ที่ชั้นลึก ให้แพทย์ประเมินโปรแกรมยกกระชับ
ถ้ากรอบหน้าไม่คม หางคิ้วหรือแก้มหย่อน ปัญหามักอยู่ที่ชั้นลึกซึ่งครีมทาไม่ถึง โปรแกรมยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดมี 2 กลุ่มหลักตามพลังงานที่ใช้ คือคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสที่ลงถึงชั้น SMAS และคลื่นความถี่วิทยุ (RF) ที่ให้ความร้อนกระจายในชั้นหนังแท้ถึงไขมันใต้ผิว รายละเอียดการเทียบอยู่ในบทความ โปรแกรม Oligio กับ Ulthera ต่างกันยังไง
โปรแกรม Ulthera Prime คืออะไร? ช่วยอะไรได้
โปรแกรม Ulthera ใช้เทคโนโลยี MFU-V (Microfocused Ultrasound with Visualization) ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงถึงชั้น SMAS และให้แพทย์เห็นภาพชั้นใต้ผิวระหว่างทำ ส่วนโปรแกรม Ulthera Prime เป็นรุ่นต่อยอดที่ผู้ผลิตระบุว่าปรับระบบภาพและการใช้งานให้ดีขึ้น งานสำรวจปี 2025 ในผู้เข้ารับบริการ 231 คน พบว่าหลังทำด้วย Prime รายงานความเจ็บ ผิวแดง และบวม น้อยกว่ารุ่นเดิม แต่เป็นข้อมูลที่ผู้เข้ารับบริการรายงานเอง ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกัน
บริเวณที่พบบ่อยคือคิ้ว แนวกรอบหน้าและกราม และลำคอ ผลเริ่มเห็นราว 6-8 สัปดาห์ และเต็มที่ราว 2-3 เดือน เพราะร่างกายค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ ผลไม่ได้อยู่ตลอดไป ระยะเวลาที่ผิวคงความกระชับขึ้นกับอายุ ระดับความหย่อน การโดนแดด และการดูแลหลังทำ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
อีกเรื่องที่ควรรู้คือหัตถการไม่ผ่าตัดไม่ได้มาแทนการผ่าตัดในรายที่หย่อนมาก แพทย์จะแนะนำตามระดับความหย่อนของคุณ
ตัวเลือกอื่นที่แพทย์อาจพิจารณาร่วมกัน
- โปรแกรม Oligio (RF): เน้นปรับความกระชับและเนื้อผิวในชั้นตื้นถึงกลาง
- โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์: พิจารณาเมื่อริ้วรอยเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์: พิจารณาเมื่อปริมาตรใบหน้าลดลง เช่น แก้มตอบหรือร่องลึก
ทั้งหมดนี้เป็นการพิจารณาของแพทย์หลังประเมินหน้าจริง ไม่ใช่ชุดที่ต้องทำทุกอย่าง
ตารางเลือกวิธีตามสิ่งที่เห็นบนใบหน้า
| สิ่งที่เห็น | ชั้นที่เกี่ยวข้อง | ทางเลือกที่มักพิจารณา |
| ผิวหมอง ริ้วรอยตื้น จุดด่างดำ | ผิวชั้นนอก | กันแดดทุกวัน ยาทากลุ่มเรตินอยด์ตามแพทย์สั่ง |
| ผิวไม่เด้ง เนื้อผิวไม่เรียบ | คอลลาเจนชั้นหนังแท้ | โปรแกรมยกกระชับด้วย RF เช่น โปรแกรม Oligio |
| กรอบหน้าไม่คม หางคิ้วตก ใต้คางหย่อน | ชั้นลึก SMAS | โปรแกรม Ulthera Prime หรือโปรแกรม Ulthera SPT |
| ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ | กล้ามเนื้อใบหน้า | โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ |
| แก้มตอบ ร่องลึกจากปริมาตรลด | ปริมาตรใบหน้า | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ |
ก่อนเลือกโปรแกรม ควรเช็กอะไร?
- ให้แพทย์ประเมินใบหน้าและซักประวัติสุขภาพก่อนทุกครั้ง
- ถามรุ่นเครื่องและตรวจสอบการนำเข้ากับ อย.
- ถามว่าหัวทิปหรือตลับเป็นแบบใช้ครั้งเดียวและเปิดใหม่ก่อนทำหรือไม่
- แจ้งแพทย์หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีผิวติดเชื้อ อักเสบ แผลเปิดในบริเวณที่จะทำ
สรุป วิธีทำให้หน้าแลดูเด็กลง
เริ่มจากสิ่งที่มีหลักฐานและทำได้เอง คือกันแดดทุกวัน และลดพฤติกรรมที่เร่งริ้วรอย ถ้าต้องการปรับผิวชั้นนอกเพิ่มเติม ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องยาทากลุ่มเรตินอยด์ ส่วนความหย่อนจากชั้นลึก เช่น กรอบหน้าไม่คมหรือหางคิ้วตก แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรม Ulthera Prime หรือโปรแกรมยกกระชับอื่นตามสภาพผิว ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ปรึกษาแพทย์ที่ OHM Clinic
ถ้าอยากรู้ว่าใบหน้าของคุณหย่อนที่ชั้นไหนและควรเริ่มจากวิธีใด การให้แพทย์ประเมินจริงจะตอบได้ตรงกว่าการเทียบจากบทความ นัดปรึกษาได้ที่ OHM Clinic ทั้ง 3 สาขา
- Nirvana@Work เกษตร-นวมินทร์: 288/30 ถนนประเสริฐมนูญกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
- 101 True Digital Park ชั้น 2: ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
- Siam Square One ชั้น 6: 388 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330


