ถ้าคุณอายุ 40 ขึ้นไปและกำลังหาข้อมูลว่า มีหัตถการอะไรที่ไม่ควรทำ คำตอบตรงๆ คือ ไม่มีหัตถการใดที่ห้ามทุกคนเพราะอายุถึงเกณฑ์ สิ่งที่เกิดปัญหาบ่อยกว่าคือ เลือกวิธีไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับใบหน้า หรือทำโดยไม่ผ่านการประเมิน
บทความนี้แยกให้เห็นว่าวัย 40 ขึ้นไปควรระวังอะไร ทำไม และมีทางเลือกอะไรที่แพทย์อาจพิจารณา โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการคุยกับแพทย์ ไม่ใช่คำวินิจฉัย
| ตรวจทานโดย นายแพทย์ ดิษฐพงศ์ สัตตบงกช ว.14393
อัปเดตล่าสุด 27 ตุลาคม 2569 |
ทำไมวัย 40 ถึงต้องเลือกหัตถการต่างจากเดิม
ความหย่อนคล้อยเกิดจากโครงสร้างที่พยุงผิวอ่อนแรงลงตามอายุ และมักเริ่มเห็นชัดเมื่ออายุราว 40 ปี เช่น ร่องแก้มลึก ใบหน้าดูเหลี่ยม หนังตาและคิ้วตก ปัญหาของวัยนี้จึงเปลี่ยนจาก “ผิวหมอง” ไปเป็น “โครงสร้างหย่อน” มากขึ้น วิธีที่เคยเหมาะตอนอายุ 25-30 อาจไม่ตอบโจทย์เดิมอีกต่อไป
5 กรณีที่คนวัย 40+ ควรคิดให้ดีก่อนทำหัตถการ
1. เติมปริมาตรเพื่อหวังให้หน้ากระชับ
ความหย่อนบางลักษณะไม่ได้เกิดจากปริมาตรที่หายไป การเติมปริมาตรลงบนผิวที่หย่อนจึงอาจทำให้ใบหน้าดูหนักและกว้างขึ้น แพทย์เวชศาสตร์ความงามบางท่านจึงแนะนำให้พิจารณาวิธีกระตุ้นคอลลาเจนก่อน หลักที่แพทย์มักใช้คือ ดูก่อนว่าปัญหาคือ ปริมาตรลด หรือ ผิวและโครงสร้างหย่อน เพราะโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับกรณีแรกมากกว่ากรณีหลัง
2. หัตถการที่ใส่วัสดุไว้ใต้ผิว โดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยง
วิธียกกระชับมีหลายแบบ ทั้งเลเซอร์ คลื่นวิทยุ การร้อยไหม และการผ่าตัด แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน และวิธีที่ใส่วัสดุไว้ใต้ผิวอาจเกิดการติดเชื้อหรือก้อนตามมาได้
ก่อนตัดสินใจ ควรถามแพทย์ว่าวัสดุคืออะไร นำเข้าถูกต้องหรือไม่ และหากไม่พอใจหรือมีปัญหาจะดูแลต่ออย่างไร
3. ทำในช่วงที่ผิวไม่พร้อม
มีสิวอักเสบ แผลเปิด หรือผิวระคายเคืองในบริเวณที่จะทำ เป็นกรณีที่ควรเลื่อนหรือปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะหัตถการที่ใช้พลังงานกับผิว หากมีวัสดุแปลกปลอมอยู่ใต้ผิวหนังอยู่แล้ว ก็ต้องแจ้งแพทย์เช่นกัน
4. ตามเทรนด์หรือตามเพื่อน โดยไม่ดูโครงหน้าตัวเอง
รูปแบบความหย่อนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนหย่อนที่หางคิ้ว บางคนที่กรอบหน้า บางคนที่ใต้คาง โปรแกรมที่เพื่อนทำแล้วแลดูดี ไม่ได้แปลว่าตรงกับปัญหาของคุณ
5. ทำในสถานที่ที่ไม่มีแพทย์ประเมินและไม่มีการซักประวัติ
การซักประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ การตั้งครรภ์ และประวัติแพ้ เป็นขั้นตอนพื้นฐาน หากสถานที่ไม่ถามอะไรเลยก่อนทำ ควรหยุดและพิจารณาใหม่
แล้วสิ่งที่แพทย์อาจพิจารณาแทนคืออะไร?
ขึ้นกับชั้นที่มีปัญหา ตารางนี้เป็นภาพรวมสำหรับใช้คุยกับแพทย์ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าคุณควรทำอะไร
| สิ่งที่เห็น | ข้อควรระวัง | ทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณา |
| กรอบหน้าไม่คม หางคิ้วตก ใต้คางหย่อน | การเติมปริมาตรอย่างเดียวอาจไม่ตรงกับสาเหตุ | โปรแกรม Ulthera Prime หรือโปรแกรมยกกระชับอื่นตามการประเมิน |
| ผิวไม่เด้ง เนื้อผิวไม่เรียบ | ผิวต้องพร้อม ไม่มีสิวอักเสบหรือแผล | โปรแกรม Oligio หรือโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนอื่น |
| ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ | ปริมาณและตำแหน่งต้องให้แพทย์ประเมิน | โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ |
| แก้มตอบ ร่องลึกจากปริมาตรลด | ปริมาณมากเกินอาจทำให้ใบหน้าดูหนัก | โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่แพทย์เห็นว่าเหมาะ |
โปรแกรม Ulthera Prime เหมาะกับใคร และมีข้อจำกัดอะไร?
โปรแกรม Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัส (MFU-V) ส่งพลังงานความร้อนลงถึงชั้นลึกใต้ผิว ลึกกว่าเลเซอร์และคลื่นวิทยุทั่วไป จึงมีโอกาสรบกวนผิวชั้นบนน้อย ไม่มีแผล และไม่ต้องใส่วัสดุไว้ใต้ผิว
- ระยะเวลา: บริเวณรอบดวงตาราว 15 นาที ทั้งใบหน้าและลำคอราว 1 ชั่วโมง
- หลังทำ: อาจมีผิวแดงอมชมพูเล็กน้อยที่มักหายเองภายใน 1 ชั่วโมง
- เมื่อไรเห็นผล: เห็นชัดราว 2-3 เดือน
- อยู่ได้นานแค่ไหน: ราว 1.5-2 ปีต่อหนึ่งครั้ง เป็นตัวเลขโดยประมาณ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ส่วนโปรแกรม Ulthera Prime เป็นรุ่นต่อยอดจากรุ่นเดิม งานสำรวจปี 2025 ในผู้เข้ารับบริการ 231 คน พบว่ารุ่น Prime มีรายงานความเจ็บ ผิวแดง และบวม น้อยกว่า แต่เป็นข้อมูลที่ผู้เข้ารับบริการรายงานเอง ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกัน
ข้อจำกัดที่ควรรู้:
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบ แผลเปิดในบริเวณที่จะทำ หรือมีวัสดุแปลกปลอมใต้ผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อน
- ไม่ได้มาแทนการผ่าตัดในกรณีที่หย่อนมาก แพทย์จะประเมินว่าระดับความหย่อนของคุณเหมาะกับวิธีใด
- ไม่ใช่โปรแกรมที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา เช่น ริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อหรือแก้มตอบจากปริมาตรลด มักต้องใช้วิธีอื่น
ก่อนตัดสินใจ ควรถามอะไรแพทย์
- ปัญหาของใบหน้าผมหรือดิฉันอยู่ที่ชั้นไหน ปริมาตร ผิว หรือโครงสร้าง
- มีทางเลือกกี่แบบ และข้อจำกัดของแต่ละแบบคืออะไร
- รุ่นเครื่องหรือวัสดุที่ใช้คืออะไร นำเข้าถูกต้องกับ อย.หรือไม่
- มีข้อห้ามจากประวัติสุขภาพ ยา หรือการตั้งครรภ์หรือไม่
- หลังทำต้องดูแลอย่างไร และหากมีอาการผิดปกติติดต่อใคร
สรุป หัตถการที่คน อายุ 40+ ไม่ควรทำ คืออะไร?
หัตถการที่คนอายุ 40+ ไม่ควรทำ ไม่ใช่รายชื่อหัตถการต้องห้าม แต่คือการทำโดยไม่ประเมินว่าปัญหาของใบหน้าคืออะไร ห้าข้อที่ควรจำมีดังนี้
- ไม่เติมปริมาตรเพื่อหวังให้หน้ากระชับ โดยไม่ดูก่อนว่าปัญหาคือปริมาตรลดหรือโครงสร้างหย่อน
- ไม่ทำหัตถการที่ใส่วัสดุใต้ผิว โดยไม่รู้ความเสี่ยงและไม่ถามแพทย์
- ไม่ทำในช่วงที่ผิวไม่พร้อม เช่น มีสิวอักเสบหรือแผลเปิด
- ไม่ทำตามเทรนด์หรือตามเพื่อน โดยไม่ดูโครงหน้าของตัวเอง
- ไม่ทำในสถานที่ที่ไม่มีแพทย์ประเมินและไม่ซักประวัติ
เมื่อเลือกให้ตรงกับปัญหาและมีแพทย์ประเมิน หัตถการสำหรับวัย 40 ขึ้นไปก็ไม่จำเป็นต้องน่ากลัว อย่างโปรแกรม Ulthera Prime เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ไม่ต้องมีแผลและไม่ต้องใส่วัสดุใต้ผิว เหมาะกับบางกรณีของความหย่อน แต่ไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ก้าวแรกที่ทำได้ทันทีคือ ทาครีมกันแดดทุกวัน แล้วนัดให้แพทย์ประเมินใบหน้าจริงก่อนตัดสินใจทำหัตถการใดๆ
ปรึกษาแพทย์ที่ OHM Clinic
ถ้าอยากรู้ว่าใบหน้าของคุณควรเริ่มจากอะไร การให้แพทย์ประเมินจริงตอบได้ตรงกว่าการเทียบจากบทความ นัดปรึกษาได้ที่ OHM Clinic ทั้ง 3 สาขา
- Nirvana@Work เกษตร-นวมินทร์: 288/30 ถนนประเสริฐมนูญกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
- 101 True Digital Park ชั้น 2: ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
- Siam Square One ชั้น 6: 388 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

