| ตรวจทานโดย แพทย์หญิง ริสา หวังกิตติพร ว.55063
อัปเดตล่าสุด 10 พฤศจิกายน 2569 |
ถ้ากำลังหาข้อมูลโปรแกรม Ultherapy Prime คำถามที่ตามมามักเรียงเป็นชุดเดียวกัน ทำบริเวณไหนได้ ใช้กี่ line ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับใคร เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง บทความนี้รวมคำตอบทั้งหมดไว้ที่เดียว
ข้อมูลโดยสรุป โปรแกรม Ultherapy Prime
- หลักการ: ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสพร้อมภาพเรียลไทม์ (MFU-V) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึกถึงระดับ SMAS
- ราคา 2026: บริเวณแก้ม 300–400 lines ราคาประมาณ 33,000–45,000 บาท
- ความเจ็บ: งานทบทวน 42 งานวิจัยรายงานคะแนนความเจ็บเฉลี่ยประมาณ 4.85 จาก 10 อยู่ในระดับปานกลาง
- การเห็นผล: ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น โดยมักเห็นผลภายในประมาณ 90 วัน และอาจพัฒนาต่อเนื่องถึง 6 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่: ผู้ผลิตระบุว่าผลลัพธ์อาจอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อย: อาจมีอาการแดง บวม ช้ำ หรือกดเจ็บ ซึ่งส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เอง
- ผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ: ผู้ที่มีแผลเปิดหรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่ทำ ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย และผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งโดยทั่วไปแนะนำให้เลื่อนการทำออกไป
โปรแกรม Ultherapy Prime คืออะไร? และทำงานอย่างไร
Ultherapy Prime เป็นระบบของ Merz Aesthetics ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสพร้อมภาพแสดงชั้นเนื้อเยื่อ (Microfocused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V) ส่งพลังงานความร้อนเป็นจุดเล็กๆ ลงในชั้นลึกใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก ในงานศึกษาของระบบ MFU-V หัวส่งพลังงานตั้งความลึกที่ราว 3 และ 4.5 มม. และจุดความร้อนมีอุณหภูมิราว 65 องศาเซลเซียส ความลึก 4.5 มม. เป็นระดับที่ถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่การผ่าตัดยกหน้าทำงานด้วย
ความร้อนทำให้เกิดบาดแผลระดับจุลภาคที่ร่างกายซ่อมแซมด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ เส้นใยคอลลาเจนจึงหนาและแข็งแรงขึ้นอย่างช้าๆ ผลจึงค่อยๆ ปรากฏ ไม่ใช่ทันทีหลังทำ และเป็นเหตุผลที่ภาพอัลตราซาวด์ช่วยให้แพทย์ตรวจชั้นเนื้อเยื่อก่อนส่งพลังงาน
Prime ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร?
| ประเด็น | โปรแกรม Ultherapy Prime | โปรแกรม Ulthera รุ่นเดิม (ที่ไทยมักเรียก SPT) |
| ภาพเรียลไทม์ | มี | มี |
| ความเร็ว | ผู้ให้บริการรายงานว่าเร็วขึ้นราว 20% | ตามระบบเดิม |
| ข้อบ่งใช้เพิ่มในสหรัฐฯ | เพิ่มท้องและแขนในปี 2568 | ไม่มี |
| การสนับสนุนจากผู้ผลิต | ต่อเนื่อง | ผู้ผลิตจะยุติการให้บริการภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 |
ตัวเลขอื่นที่บางแห่งอ้าง เช่น หน้าจอใหญ่ขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือความแม่นยำสูงขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ปรากฏในเอกสารของผู้ผลิตที่ตรวจสอบได้ จึงไม่นำมาใส่ในบทความนี้ หลักการทำงานของ Prime จึงเหมือนรุ่นเดิม ต่างที่ความเร็วและฟีเจอร์ ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด
โปรแกรม Ultherapy Prime ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว สามารถดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้า ลำคอ และบางส่วนของร่างกาย โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ดังนี้
บริเวณคิ้วและหางคิ้ว
ช่วยยกกระชับคิ้วและหางคิ้วที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้คิ้วดูยกขึ้น ดวงตาดูสดใส และใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคิ้วตกเล็กน้อยถึงปานกลางและต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
บริเวณใต้คางและลำคอ
ช่วยยกกระชับผิวบริเวณใต้คางและลำคอที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้แนวใต้คางดูชัดเจนและผิวบริเวณลำคอดูกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามวัย โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
บริเวณหน้าอก
ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณเนินอก โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณหน้าอกและต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูกระชับขึ้น
บริเวณหน้าท้องและแขน
ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณหน้าท้อง รวมถึงต้นแขนด้านหน้าและด้านหลัง โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนทำ
บริเวณแก้มและกรอบหน้า
ช่วยดูแลปัญหาแก้มหย่อนคล้อยและกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูกระชับและได้สัดส่วนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณช่วงกลางและช่วงล่างของใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินตำแหน่งและความเหมาะสมในการรักษาเป็นรายบุคคล
บริเวณรอบดวงตา
สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตา แพทย์อาจพิจารณายกกระชับบริเวณคิ้วเพื่อช่วยให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใสขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้พลังงานบริเวณดวงตาหรือเปลือกตาโดยตรง เนื่องจากเป็นบริเวณที่บอบบางและมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ultherapy Prime ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อเลือกบริเวณและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

โปรแกรม Ulthera Prime เหมาะกับใคร?
โปรแกรม ulthera prime มักจะเหมาะกับ
- ผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง เช่น กรอบหน้าไม่คม แก้มเริ่มห้อย ใต้คางหย่อน หางคิ้วตก
- ผู้ที่ยังไม่พร้อมผ่าตัด หรืออยากเริ่มจากวิธีที่พักฟื้นน้อย
- ผู้ที่ยอมรับได้ว่าผลค่อยเป็นค่อยไปและไม่เท่ากับการผ่าตัดยกหน้า (ผู้ผลิตเองระบุไว้เช่นนั้น)
สำหรับคนที่ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
- ผู้ที่มีแผลเปิดหรือรอยโรคบริเวณที่ทำ: ไม่ควรทำ Ultherapy Prime บนบริเวณที่มีแผลเปิดหรือรอยโรค เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือภาวะแทรกซ้อน
- ผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรงหรือสิวชนิดถุงน้ำ: ควรรักษาอาการอักเสบให้ดีขึ้นก่อนเข้ารับบริการ
- ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายหรือโลหะฝังบริเวณที่ทำ: เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการทำตามข้อห้ามของผู้ผลิต
- ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือมีวัสดุเสริมฝังในบริเวณที่ทำ: ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบ เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย
- ผู้ที่มีแผลเป็นคีลอยด์: ไม่แนะนำให้ทำโดยตรงบนบริเวณที่มีคีลอยด์
- ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เนื่องจากยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยในกลุ่มนี้ไม่เพียงพอ
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: โดยทั่วไปแนะนำให้เลื่อนการทำออกไปก่อน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก: อาจเห็นผลจาก Ultherapy Prime ได้ไม่ชัดเจนเท่าที่คาดหวัง แพทย์อาจแนะนำการรักษาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า
ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยบางกรณีเกิดจากไขมันใต้ผิวลดลง ทำให้แก้มดูตอบและผิวหย่อนคล้อย ซึ่ง Ultherapy Prime ไม่สามารถเติมเต็มส่วนที่หายไปได้ อ่านเพิ่มเติมที่บทความ หน้าหย่อนคล้อย แก้มย้อย
โปรแกรม Ultherapy Prime ดีไหม เห็นผลจริงหรือไม่?
โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และทำให้กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นและกระชับขึ้นตามธรรมชาติ
จากข้อมูลการศึกษาทางการแพทย์เกี่ยวกับเทคโนโลยี MFU-V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ใน Ultherapy พบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ดังนี้
- ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น: งานทบทวนที่รวบรวม 42 งานวิจัย พบว่าประมาณ 89% ของผู้เข้ารับการรักษามีความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระดับใดระดับหนึ่งตามการประเมินของแพทย์
- ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง: ประมาณ 84% รายงานว่าผิวมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ระดับความพึงพอใจแตกต่างกันตามวิธีประเมิน
- ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น: การศึกษาที่ติดตามผลระยะยาวพบว่าผิวมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องในช่วง 3–6 เดือนหลังทำ และบางรายยังคงเห็นผลเมื่อครบ 1 ปี
- มีข้อมูลการศึกษาในกลุ่มคนเอเชีย: พบการเปลี่ยนแปลงของความกระชับบริเวณแก้มและกรอบหน้า รวมถึงการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหลังเข้ารับการรักษา
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของ Ultherapy Prime แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และระดับความหย่อนคล้อย โดยเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลางมากกว่าผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก และไม่สามารถให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้าได้
ทั้งนี้ ข้อมูลการศึกษาส่วนใหญ่เป็นผลจากเทคโนโลยี MFU-V ในระบบ Ultherapy รุ่นก่อนหน้า ไม่ใช่การศึกษาที่แยกเฉพาะ Ultherapy Prime จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริง
Line คืออะไร และโปรแกรม Ulthera Prime ควรใช้กี่ Line?
Line คือจำนวนเส้นพลังงานอัลตราซาวด์ที่ปล่อยลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยยกกระชับผิว โดยจำนวน Line ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ขนาดพื้นที่ และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป หากทำบริเวณกว้างหรือมีความหย่อนคล้อยหลายจุด อาจต้องใช้จำนวน Line มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้ Line มากจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญคือการเลือกตำแหน่ง ความลึก และจำนวน Line ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ดังนั้น จึงไม่มีจำนวน Line ที่เหมาะกับทุกคน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพื่อวางแผนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม โดยจำนวน Line ที่ OHM Clinic แนะนำในแต่ละบริเวณมีดังนี้
| บริเวณ | จำนวน line โดยประมาณ |
| รอบดวงตา | 100–200 line |
| แก้ม | 300–400 line |
| ลำคอและใต้คาง | 400–500 line |
| ทั้งหน้า | 600–800 line |
ราคาโปรแกรม Ultherapy Prime อัปเดต 2026
ราคาโปรแกรม Ultherapy Prime ที่ OHM Clinic ในปี 2569 (ค.ศ. 2026) เป็นดังนี้
| บริเวณ | จำนวน line | ราคาโดยประมาณ (บาท) |
| รอบดวงตา | 100–200 | 24,000–33,000 บาท |
| แก้ม | 300–400 | 33,000–45,000 บาท |
| ลำคอและใต้คาง | 400–500 | 45,000–55,000 บาท |
| ทั้งหน้า | 600–800 | 60,000–75,000 บาท |
- โปรแกรม Ultherapy Prime 300 line ราคา: บริเวณที่ใช้ราว 300–400 line มักเป็นแก้มหรือกรอบหน้า ช่วงราคาประมาณ 33,000–45,000 บาท
- โปรแกรม Ultherapy Prime 400 line ราคา: 400 line อาจเป็นแก้มที่ต้องการครอบคลุมมากขึ้น (ประมาณ 33,000–45,000 บาท) หรือลำคอและใต้คาง (ประมาณ 45,000–55,000 บาท)
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
- จำนวน line และขนาดของบริเวณที่ทำ
- ความซับซ้อนของเคส และการทำหลายบริเวณพร้อมกัน
- ประสบการณ์ของแพทย์และสถานที่
- อุปกรณ์แท้และได้รับการดูแลตามมาตรฐานของผู้ผลิต
ตัวอย่างการวางแผน จับคู่ปัญหากับบริเวณและจำนวน line
ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไปจากข้อมูลของ OHM Clinic แพทย์จะปรับตามผิวและโครงหน้าของแต่ละคน
| ปัญหาที่เห็น | บริเวณที่แพทย์มักพิจารณา | จำนวน line โดยประมาณ | สิ่งที่ควรรู้ |
| กรอบหน้าไม่คม แก้มเริ่มห้อย | แก้มและกรอบหน้า | 300–400 | หากแก้มแบนเพราะปริมาตรหาย อาจต้องพิจารณาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย |
| เหนียงหรือผิวใต้คางหย่อน | ลำคอและใต้คาง | 400–500 | เป็นบริเวณที่ FDA สหรัฐฯ ระบุเป็นข้อบ่งใช้ ส่วนไขมันใต้คางมากอาจต้องใช้วิธีอื่น |
| หางคิ้วตก ผิวรอบตาหย่อน | รอบดวงตา และหางคิ้ว | 200–300 | คิ้วเป็นข้อบ่งใช้ตาม FDA สหรัฐฯ ผิวเปลือกตาล่างใช้ตามดุลยพินิจแพทย์ |
| ผิวหย่อนหลายจุดพร้อมกัน | ทั้งหน้า | 600–800 | ใช้เวลาทำนานขึ้น และความรู้สึกอาจมากขึ้นในบางจุด |
ยิ่ง line มากไม่ได้แปลว่าผลดีกว่าเสมอ เพราะผลขึ้นกับการเลือกบริเวณ ความลึก และความหย่อนเดิมของแต่ละคน การเน้นที่การประเมินที่ถูกต้องมีประโยชน์มากกว่าการเทียบจำนวน line อย่างเดียว
ขั้นตอนในการทำโปรแกรม Ultherapy Prime เจ็บไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?
การทำโปรแกรม Ultherapy Prime เป็นการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 30–90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวน Line ที่ใช้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา: แพทย์ตรวจประเมินความหย่อนคล้อย พร้อมกำหนดตำแหน่งและจำนวน Line ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- เตรียมผิวและลดความเจ็บ: ทำความสะอาดผิวบริเวณที่รักษา และอาจใช้ยาชาหรือยาบรรเทาปวดตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
- ส่งพลังงานเพื่อยกกระชับผิว: แพทย์ทาเจลและใช้หัวเครื่องตรวจดูชั้นผิวผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ ก่อนส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงสู่ชั้นผิวตามแผนที่วางไว้
- ตรวจประเมินหลังทำ: แพทย์ตรวจสภาพผิว พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองและนัดติดตามผลตามความเหมาะสม
แล้ว Ultherapy Prime เจ็บไหม? ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือเจ็บจี๊ดใต้ผิวหนังขณะส่งพลังงาน โดยทั่วไปความเจ็บอยู่ในระดับปานกลาง แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล หลังทำส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีอาการแดง บวม หรือกดเจ็บเล็กน้อยชั่วคราว
เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่พบได้ |
| 1–7 วันแรก | แดง บวมเล็กน้อย กดเจ็บ ซึ่งมักดีขึ้นในไม่กี่วันถึงราว 1 สัปดาห์ |
| 1–3 เดือน | ค่อยๆ กระชับขึ้นเมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจน ผู้ผลิตระบุว่ามักเห็นชัดภายใน 90 วัน |
| 3–6 เดือน | อาจดีขึ้นต่อเนื่อง ผู้ผลิตระบุว่าอาจเห็นการปรับปรุงถึง 6 เดือนหรือมากกว่า |
| 12 เดือนขึ้นไป | ผู้ผลิตระบุว่าผลอาจอยู่ได้ 1 ปีขึ้นไป ขึ้นกับความหย่อนเดิมและการตอบสนองของแต่ละคน |
ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานแตกต่างกัน ได้แก่ อายุ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว และการตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจนของแต่ละบุคคล รวมถึงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อผิว เช่น การเผชิญแสงแดดเป็นประจำและการสูบบุหรี่ ซึ่งอาจทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบโดยตรงที่ชัดเจนว่า Ultherapy แต่ละรุ่นให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานแตกต่างกันเท่าใด
การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ
ก่อนทำโปรแกรม Ulthera Prime
แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ใช้ (โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด) แผลคีลอยด์ และประวัติฉีดสารเติมเต็มหรือมีโลหะในบริเวณนั้น แพทย์อาจให้งดยาหรืออาหารเสริมบางชนิดเป็นรายบุคคล ไม่ควรหยุดยาประจำตัวเอง
หลังทำโปรแกรม Ulthera Prime
โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ทากันแดด ให้ความชุ่มชื้นผิว และเลี่ยงความร้อนจัดหรือการขัดผิวบริเวณนั้นในช่วงแรก โปรดทำตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดให้คุณโดยเฉพาะ
ผลข้างเคียงและความเสี่ยง
โปรแกรม Ultherapy Prime อาจมีผลข้างเคียงหลังทำได้ โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่บางอาการพบได้น้อยและควรเฝ้าระวัง ดังนี้
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อย: อาจมีอาการผิวแดง บวม ช้ำ หรือกดเจ็บบริเวณที่ทำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
- ผลข้างเคียงที่พบน้อย: อาจเกิดรอยนูนเป็นเส้นบนผิวหนัง หรือมีอาการชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราวจากผลกระทบต่อเส้นประสาท
- ผลข้างเคียงที่พบน้อยมาก: อาจเกิดรอยไหม้หรือแผลพุพองบนผิวหนัง โดยเฉพาะกรณีที่ใช้เทคนิคหรือส่งพลังงานไม่เหมาะสม
หากหลังทำมีตุ่มพอง ปวดรุนแรงผิดปกติ หรือมีอาการชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที เพื่อประเมินอาการและรับการดูแลอย่างเหมาะสม
โปรแกรม Ultherapy Prime ต่างจากวิธียกกระชับหน้าแบบอื่นอย่างไร?
ปัจจุบันมีวิธียกกระชับหน้าให้เลือกหลายแบบ ทั้ง Ultherapy Prime, HIFU, RF, ฟิลเลอร์ และการร้อยไหม ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก
Ultherapy Prime กับ HIFU ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองวิธีใช้พลังงานอัลตราซาวด์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยยกกระชับผิว แต่ Ultherapy Prime มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อและวางแผนส่งพลังงานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น ส่วน HIFU รุ่นอื่นอาจมีเทคโนโลยีและคุณสมบัติแตกต่างกันไปตามเครื่องที่ใช้
Ultherapy Prime กับ RF ต่างกันอย่างไร?
Ultherapy Prime ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิว รวมถึงชั้น SMAS เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ส่วน RF ใช้พลังงานคลื่นวิทยุเพื่อสร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับให้ผิวดูแน่นกระชับขึ้น โดยความลึกในการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องและเทคโนโลยีที่ใช้ อ่านเพิ่มเติมที่บทความOligio กับ Ulthera
Ultherapy Prime กับฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?
Ultherapy Prime เน้นยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ขณะที่ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียไขมันหรือเนื้อเยื่อใต้ผิว เช่น แก้มตอบหรือร่องแก้มลึก ทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและได้สัดส่วนมากขึ้น ทั้งสองวิธีจึงแก้ปัญหาต่างกัน และบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกัน อ่านเพิ่มเติมที่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
Ultherapy Prime กับร้อยไหม ต่างกันอย่างไร?
Ultherapy Prime ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อให้ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้นโดยไม่ต้องสอดไหมใต้ผิว ส่วนการร้อยไหมเป็นการใช้ไหมทางการแพทย์ช่วยพยุงและดึงเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ต้องการ จึงอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าบางกรณี แต่มีความเสี่ยงจากการสอดไหม เช่น อาการบวม ช้ำ ผิวบุ๋ม หรือไหมผิดตำแหน่ง
Ultherapy Prime กับการผ่าตัดดึงหน้า ต่างกันอย่างไร?
Ultherapy Prime เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด ส่วนการผ่าตัดดึงหน้าเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก เพราะสามารถปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อและจัดการผิวส่วนเกินได้ชัดเจนกว่า แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นและมีความเสี่ยงจากการผ่าตัด
หากต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด Ultherapy Prime อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากมีปัญหาแก้มตอบ ร่องลึก หรือผิวหย่อนคล้อยมาก อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นหรือการรักษาร่วมกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามปัญหาของแต่ละบุคคล
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ultherapy Prime
| ความเข้าใจ | ข้อเท็จจริง |
| “ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ตลอดไป” | ผลอยู่ชั่วระยะหนึ่ง (ผู้ผลิตระบุอาจ 1 ปีขึ้นไป) และผิวยังเปลี่ยนตามวัยต่อไป |
| “ผลเท่ากับผ่าตัดยกหน้า” | ผู้ผลิตระบุว่าไม่ได้ออกแบบมาให้ได้ผลเท่าการผ่าตัด |
| “เห็นผลทันที” | ผลค่อยๆ ปรากฏเมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจน มักเห็นชัดภายในราว 90 วัน |
| “ใช้ได้กับทุกความหย่อน” | เหมาะกับหย่อนระดับน้อยถึงปานกลาง หย่อนมากอาจต้องใช้วิธีอื่น |
| “ทำแล้วแก้มที่แบนจะเต็มขึ้น” | วิธีนี้กระตุ้นคอลลาเจน ไม่ได้เติมปริมาตร |
| “รุ่นใหม่ผลดีกว่าเสมอ” | งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นผลของระบบ MFU-V โดยรวม ข้อมูลที่แยกเฉพาะรุ่น Prime ยังมีจำกัด |
เลือกคลินิกอย่างไรให้มั่นใจ
- ผู้ทำเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาต ตรวจสอบรายชื่อได้ที่แพทยสภา
- ระบบเป็นของแท้ ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และถามได้ว่าเป็นรุ่น Prime หรือรุ่นเดิม
- แพทย์ประเมินจริงก่อนกำหนด line และบอกได้ว่าเคสของคุณไม่เหมาะหรือไม่
- อธิบายทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และผลข้างเคียงชัดเจน
- มีนัดติดตามผลและช่องทางติดต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ
รีวิวโปรแกรม Ultherapy Prime
สรุป
โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่หย่อนระดับน้อยถึงปานกลางและอยากได้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่าผลไม่เท่ากับการผ่าตัด เลือกจำนวน line ให้ตรงบริเวณและความหย่อน เปรียบเทียบราคาด้วยเงื่อนไขเดียวกัน และทำกับแพทย์ที่ประเมินละเอียดในสถานพยาบาลที่ตรวจสอบได้ ถ้าสนใจ ลองนัดปรึกษาเพื่อให้แพทย์ประเมินใบหน้าของคุณโดยเฉพาะ
ปรึกษาแพทย์ที่ OHM Clinic
OHM Clinic ให้บริการโปรแกรม Ultherapy Prime โดยแพทย์
- Nirvana@Work เกษตร-นวมินทร์: 288/30 ถนนประเสริฐมนูญกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
- 101 True Digital Park ชั้น 2: ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
- Siam Square One ชั้น 6: 388 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330





